ที่โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกรณีปมซื้อถุงมือยางที่องค์การคลังสินค้า(อคส.)ดำเนินการและถูกหยิบมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า หัวใจสำคัญที่เป็นภารกิจที่ได้ติดตามมาโดยตลอด คือ การเร่งรัดนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วและทำอย่างไรต้องเอาเงินคืน อคส.ให้ได้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้ ขั้นตอนกระบวนการที่ผู้อำนวยการคนใหม่ กำลังเร่งรัดดำเนินการ คือ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ได้ดำเนินการแล้ว
และได้รับรายงานล่าสุดว่า คาดว่าจะเสร็จเร็วๆนี้ ถ้ากรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้ชี้ลงไปว่า ผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 2 ชุด เพื่อชี้โทษ และ เพื่อชี้ความรับผิดชดใช้ค่าเสียหายว่าใครต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส. จำนวนเท่าใด เป็นกลไกที่จะต้องปฏิบัติโดยเร็ว ให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง อคส.
นายจุรินทร์ กล่าวว่า กรณีกรรมการบริหารอคส.(บอร์ดอคส.) นั้น ผู้อำนวยการคนใหม่ ได้ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2563 และ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว รวมทั้งอายัดเงินในบัญชีต่างๆเสร็จสิ้นก่อนหน้านี้นานแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการพิจารณาชี้มูลว่า มีผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือกระทำการโดยมิชอบบ้าง เพราะ ป.ป.ช.มีอำนาจดำเนินการ ตั้งแต่ ผู้บริหารพนักงานทุกคนรวมถึง บอร์ด หรือ รัฐมนตรี
” ผมได้สั่งการให้ อคส. ทำตามอำนาจหน้าที่ ที่มีอยู่ ว่าต้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ เพื่อเร่งรัดในการเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษและเอาเงินมาคืนให้ได้โดยเร็วที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ โดยไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น และเป็นเรื่องที่บอร์ดหรือประธานบอร์ดจะต้องพิจารณาว่ายังสมควรที่จะทำหน้าที่อยู่ต่อไปหรือไม่ ส่วนเรื่องการระงับสัญญา ได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการคนใหม่ว่า ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วว่าสัญญาทุกสัญญาเป็นโมฆะ เพราะผู้ลงนามในสัญญาลงนามเกินอำนาจหน้าที่ ซึ่งอนุมัติเงินได้ไม่เกินกว่า 50 ล้านบาท และเป็นการกระทำที่ไม่ผ่านบอร์ด และสัญญาก็ไม่ผ่านอัยการ เป็นต้น ” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวย้ำว่า เท่าที่ได้รับรายงานจากอคส. แต่ละสัญญา ก็มีข้อบกพร่อง เช่น ผู้ลงนามแทนบริษัทไม่มีอำนาจหรือบางกรณีเซ็นต์ไปแล้ว ไม่มีตราประทับบริษัทที่จดทะเบียนไว้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้สัญญาเป็นโมฆะ นี่เป็นความเห็น เบื้องต้นของฝ่ายกฎหมาย เพราะฉะนั้น 125,000 ล้านบาท ที่อยู่ในสัญญาก็เสมือนไม่ได้ มีนิติกรรมผูกพันกับอคส. สัญญานั้นไม่เกิดขึ้นภารกิจที่เหลือ คือ ทำอย่างไรที่จะเอาเงิน 2,000 ล้านบาท ที่อดีตรักษาการผู้อำนวยการโอนไปให้กับบริษัทนั้นคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดโดย ป.ป.ช.ได้อายัดบัญชีเหล่านั้นแล้ว

