นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการรับมือของอาเซียนต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมอบหมายให้คณะทำงานสาขาต่างๆ เร่งดำเนินงานตามแผนการฟื้นฟูอาเซียน และเห็นควรขยายบัญชีสินค้าจำเป็น (essential goods) ที่อาเซียนจะไม่กำหนดมาตรการกีดขวางการไหลเวียนของสินค้าในช่วงโควิดเพิ่มเติมจากยา และเวชภัณฑ์ รวมทั้งเร่งรัดให้ประเทศสมาชิกรีบดำเนินการภายในให้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ยังได้หารือกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในอนาคต โดยร่วมกันประเมินผลการทำงานตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 (AEC Blueprint 2025) เพื่อนำไปประกอบการจัดทำวิสัยทัศน์อาเซียนฉบับต่อไป รวมทั้งหารือในประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่บรูไน ในฐานะประฐานอาเซียนจะเสนอให้ดำเนินการภายในปี 2564 ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการฟื้นฟู ด้านการเป็นดิจิทัล และด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะประเด็นใหม่ๆ เช่น การจัดทำกรอบการทำงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ไทยได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG)ให้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศและภูมิภาค รวมทั้งการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 หรือ 4IR ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินการด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญ เป็นต้น
“ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับประเทศนอกภูมิภาค ที่ผ่านหลักเกณฑ์การประเมินของอาเซียน โดยเห็นว่ากลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC มีศักยภาพที่จะเป็นคู่เจรจา FTA กับอาเซียนในอนาคต โดยอาจเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบความร่วมมือไปก่อน โดยทั้งหมดจะนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในสัปดาห์หน้า ” “นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ในปี 2563 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 94,838.07 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 55,469.59 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 39,368.47 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีตลาดสำคัญ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น

