ไอซีที เดินหน้าปลดล็อคโครงการยูเอสโอ ให้กสทช. เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมกันปิดช่องงานซ้ำซ้อน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมกากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ว่า ในการหารือร่วมกับกสทช. ได้พูดคุยกันถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์) ที่ทั้ง ไอซีทีและกสทช. มีแผนจะวางโครงข่ายเชื่อมโยงไปสู่ในระดับหมู่บ้าน จึงต้องมีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้งานที่ดำเนินการเกิดความซ้ำซ้อนกัน

อีกทั้ง ไอซีทีและกสทช. ยังมีความเห็นร่วมกันในการใช้ศูนย์ไอซีทีชุมชน และศูนย์โครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม(ยูเอสโอ) เพื่อเป็นสถานที่ใช้อบรมประชาชนในพื้นที่ให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง โดยจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันในระดับผู้บริหารระดับสูง ภายใน 3 สัปดาห์หลังจากนี้ น่าจะได้เห็นความชัดเจนของแผนงานทั้งหมด

พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ด้านการศึกษา วัฒนธรรม และพัฒนาสังคม กล่าวว่า นอกจากนี้ ไอซีทีและกสทช. ยังได้พูดคุยกันถึงโครงการยูเอสโอ ของกสทช. ที่ปัจจุบันโดนระงับการดำเนินการ อันเนื่องมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการของโครงการดังกล่าว เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ได้ชี้แจงแล้วว่าจะนำเรื่องของโครงการยูเอสโอ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอี) เพื่อทำการปลดล็อคโครงการดังกล่าวในช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่มีคำสั่งชะลอโครงการยูเอสโอ ของ กสทช. มีบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลการวางโครงข่ายโทรคมนาคมด้านบรอดแบนด์มาด้วย ที่มีมูลค่าโครงการ 429 ล้านบาท เมื่อมีการปลดล็อคแล้ว ทาง กสทช. จะพูดคุยกับผู้ชนะการประมูลอีกครั้งว่า สามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินงาน(ทีโออาร์) ได้หรือไม่ เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา ตั้งแต่โดนระงับดำเนินการไปเมื่อ 2 ปีก่อนและปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นวงเงินการประมูลจึงจะต้องมีการปรับหรือเพิ่มเป้าหมายจากเดิมเข้าไป

Advertisement

“เป็นไปได้ที่เราอาจจะต้องล้มโครงการเดิมเพื่อจัดประมูลใหม่ และต้องหารือกับทีโอทีว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ แล้วลดจำนวนเงินลงและเพิ่มเป้าหมายการให้บริการมากขึ้นจะทำได้มั้ย หากทำไม่ได้ก็จะต้องทำการประมูลใหม่ หรือไม่ ซึ่งเราก็ต้องมาคุยกันอีกที” พล.อ.สุกิจ กล่าว

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้เงินในกองทุนยูเอสโอ ของ กสทช. มีประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการยูเอสโอ มีแผนแม่บทที่ชัดเจนว่า กสทช.จะใช้เงินในกองทุน ไปในภารกิจใดบ้าง แต่หากไม่เพียงพอก็จำเป็นที่จะต้องนำเงินที่มาจากการประมูล เพื่อดำเนินโครงการยูเอสโอต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image