‘เราชนะ’หมัดเด็ดฟื้น ศก.ไทย หรือเครื่องถ่างความเหลื่อมล้ำ!!

‘เราชนะ’หมัดเด็ดฟื้น ศก.ไทย หรือเครื่องถ่างความเหลื่อมล้ำ!!

‘เราชนะ’หมัดเด็ดฟื้น ศก.ไทย หรือเครื่องถ่างความเหลื่อมล้ำ!!

การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่รุนแรง ไม่จบง่ายๆ มีตัวอย่างในหลายประเทศถึงการระบาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้นผลจากการปล่อยให้มีการแพร่ระบาดรอบใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม 2563 จากปัญหาคอร์รัปชั่นจากภาครัฐเอง จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่รัฐบาลต้องจำให้ขึ้นใจ

⦁รบ.คิด‘เราชนะ’ดูแลกลุ่มไร้สมาร์ทโฟน
ทันทีที่โควิด-19 รอบใหม่ เริ่มส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และชีวิตประจำวันของประชาชน หลายธุรกิจที่ถูกสั่งปิดกิจการ หรือได้รับผลกระทบทางอ้อม เริ่มส่งสัญญาณการเลิกจ้าง รุนแรงถึงขั้นปิดกิจการ เพราะยังสาหัสจากโควิด-19 รอบแรก สถานการณ์เหล่านี้คือแรงกดดันให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการ เยียวยาช่วยเหลือประชาชน จึงเป็นที่มาของโครงการ “เราชนะ” ภายใต้งบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท จากพระราชกำหนดเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท กำหนดเป้าหมายเยียวยาประชาชน 31.1 ล้านคน โดยโอนเงินเข้ากระเป๋าประชาชน รายละ 7,000 บาท ความช่วยเหลือนี้ไม่รวมการเยียวยากลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 และกลุ่มข้าราชการ พนักงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เพราะมีโครงการช่วยเหลือแยกออกไป

โครงการเยียวยาครั้งนี้ ถูกมองว่ารัฐบาลกำลังคิดการใหญ่เพราะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าช่วย สาเหตุหนึ่งเพื่อลดความเสี่ยงในติดเชื้อโควิด-19 ขณะเดียวกันก็ต้องการใช้โครงการนี้เป็นโอกาสในการกระตุ้นประชาชนปรับตัวใช้เทคโนโลยี เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด ตั้งแต่การลงทะเบียน การคัดกรองสิทธิโดยใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ ทั้งข้อมูลโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และข้อมูลผู้ที่ใช้ระบบชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐ (g-wallet) ในแอพพลิเคชั่นเป๋าตังผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ข้อมูลไม่ได้ครอบคลุมคนไทยทั้งประเทศ จึงยังต้องมีการลงทะเบียนสำหรับผู้ไม่มีฐานข้อมูลใดๆ

ขณะที่รูปแบบการใช้จ่าย คือ การสแกนจ่ายผ่านแอพพ์เป๋าตัง ดังนั้น ผู้ที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่จึงจำเป็นจะต้องมีสมาร์ทโฟนที่ใช้งานแอพพ์ได้และใช้แพคเกจอินเตอร์เน็ต ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวทำให้ประชาชนบางส่วนเรียกร้องว่ากลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะทำอย่างไร แต่รัฐกลับมองว่า คนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนนั้นน่าจะหมายถึงคนมีรายได้น้อย ซึ่งรัฐบาลมีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายผู้มีรายได้น้อยอยู่และได้รับสิทธิในโครงการเราชนะอัตโนมัติ กลุ่มนี้ใช้บัตรรูดสินค้าได้ปกติ ดังนั้นผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนน่าจะมีเพียงไม่กี่แสนคนเท่านั้น

⦁สถานการณ์พลิกคนจนอื้อ-แก้ปัญหาพัลวัน
กรณีกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เริ่มมีการถกเถียงถึงจำนวนที่ชัดเจนและโอกาสในการรับความช่วยเหลือที่ต้องเป็นธรรมประเด็นเหล่านี้รัฐบาลตระหนักดี จึงเปิดรับลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15-25 กุมภาพันธ์ สำหรับกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนลงทะเบียนเฉพาะที่สาขาและจุดรับบริการลงทะเบียนเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวมกว่า 1,800 จุด ส่วนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ เป็นต้น กระทรวงการคลังประสานกระทรวงมหาดไทยในการเข้าช่วยเหลือเป็นรายกรณี

ถึงวันลงทะเบียน 15 กุมภาพันธ์ รัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ถึงกับต้องตะลึงกับภาพฝูงชนกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่เดินทางมายังจุดลงทะเบียนอย่างมหาศาล เกิดภาพต่อคิวลงทะเบียนจนล้น รอนานหลายชั่วโมง จุดลงทะเบียนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัญหากระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ใช้บริการ จนเกิดกระแสดราม่าหลากหลายกรณี สะท้อนความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย จนกระทรวงการคลังต้องตัดสินใจด่วนขยายวันสิ้นสุด จากวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เป็น 5 มีนาคม ขณะเดียวกัน กระแสดราม่าดังกล่าว ยังส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีเพิ่มจุดรับลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมที่สุดด้วย

ตลอดการลงทะเบียนกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน รวม 7 วัน ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ มียอดอยู่ที่ 5 แสนกว่าคนตัวเลขนี้กระทรวงการคลังเริ่มตระหนักว่ากลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนอาจมากกว่าที่คาดการณ์และเพื่อลดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน จึงขอความร่วมมือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมสั่งการให้สำนักงานคลังจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่ และสรรพากรพื้นที่ ช่วยเปิดจุดบริการรับลงทะเบียน วันที่ 22 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ทำให้มีจุดบริการรับลงทะเบียนสำหรับโครงการเราชนะกว่า 3,500 แห่งทั่วประเทศ

หลังจากการเพิ่มจุดลงทะเบียน ผู้ลงทะเบียนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉพาะวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีผู้ลงทะเบียนสะสมเฉียด 1 ล้านคน ยอดลงทะเบียนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1.77 ล้านคน เป็นเครื่องยืนยันได้ดีกว่ายอดผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนมีมากกว่ายอดที่รัฐบาลเคยคาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีกลุ่มที่ตกหล่น และเข้าไม่ถึงการใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมาก

ขณะที่ความเข้าใจของภาครัฐที่ประเมินว่า กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน 13.7 ล้านคน น่าจะครอบคลุมกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน กลายเป็นอีกโจทย์ที่รัฐจะต้องทบทวนครั้งใหญ่ เพื่อคัดกรองคนจนในประเทศไทยให้ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างแท้จริง

⦁วัคซีนต้านโควิดความหวังศก.ฟื้น
ล่าสุดทั่วทั้งโลกกำลังมีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากมีการเริ่มแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไทยเองได้นำเข้าล็อตแรกแล้วจาก 2 แบรนด์ คือ ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีแผนแจกจ่ายให้กับประชาชนตลอดกลางปีนี้ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว รายได้ส่วนสำคัญของประเทศ ให้เริ่มฟื้นตัว

กระทรวงการคลังประเมินว่า การนำเข้าวัคซีนโควิด-19จะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาใช้จ่ายเงินมากขึ้น โดยเตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยรัฐบาลจะยังคงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

⦁ปรับครม.ฝุ่นตลบลุ้นโฉมหน้าทีมศก.
นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองไทยเริ่มขยับอีกครั้ง หลังศาลมีคำพิพากษาคดีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกลุ่ม กปปส. ทำให้ 3 รัฐมนตรี ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พ้นจากตำแหน่งทันที

เวลานี้จึงเข้าสู่โหมดการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทดแทนเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่าง ครม.ชุดใหม่จะมีหน้าตาอย่างไร ทีมเศรษฐกิจจะถูกปรับเปลี่ยนแค่ไหน ตอนนี้ฝุ่นตลบ คอการเมืองลุ้นกันตัวโก่ง ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองก็ยังเคลื่อนไหวกันรายวัน

ทั้งปัจจัยด้านวัคซีน และปัจจัยด้านการเมือง ล้วนมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ที่กำลังเดิมพันผลงานบริหารเศรษฐกิจไทย ที่วาดหวังให้คนไทยชนะไปด้วยกัน

ส่วนจะสำเร็จหรือยิ่งถ่างความเหลื่อมล้ำของประเทศ ต้องติดตาม!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มหนุนปชต.รวมพลหน้าศาลฮ่องกง ไต่สวนคดี 47 แกนนำ สมคบล้มอำนาจรัฐ
บทความถัดไปนทท.ร่วมชิมน้ำพุโซดาห้วยกระเจา 5 วัน เกือบ 2 หมื่นคน เผยคำสั่งยังไม่เปลี่ยนแปลง มาทดลองดื่มได้ทุกวัน