นายพิจินต์ อภิวันทนาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่าอัตรากำไรสุทธิของปตท.ในปีนี้จะดีกว่าปีก่อนหน้าที่ทำได้ 0.97% เนื่องจาก ปีนี้ไม่มีการตั้งด้อยค่าทางบัญชี และราคาน้ำมันที่ปรับลดลงส่งผลบวกให้อัตรากำไรสุทธิในกลุ่มธุรกิจก๊าซดีขึ้น โดยประเมินราคาน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีจะอยู่ที่ 42-46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเจรจาแฟรนไชส์ร้านอาหาร หรือการให้บริการอื่นๆ เข้ามาสร้างรายได้เสริมในอนาคต เพื่อผลักดันให้เป้ารายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นอนออยล์) ที่ให้บริการสถานีน้ำมัน มีในสัดส่วน 50% ภายในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีรายได้เพียง 20% เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวโตต่อเนื่องเฉลี่ย 10-20% และมีโอกาสขยายตัวอีก ส่วนธุรกิจโรงแรมในสถานีน้ำมัน ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายๆเครือโรงแรมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 50 โรงแรมภายใน 5 ปี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
นางวนิดา บุญภิรักษ์ ผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีรายได้เติบโตต่อเนื่องโดยในครึ่งแรกของปี 2559 มีกำไรรวม 1,557 ล้านบาท และมีการจ่ายปันระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่จ่าย 0.35 บาทต่อหุ้น โดยรายได้ส่วนใหญ่เป็นการขายไฟฟ้าและไอน้ำ และลูกค้ารายใหญ่เป็นบริษัทในเครือของปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
น.ส.ภัทรลดา สง่าแสง ผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ไทยออยล์กำลังศึกษาในปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่นลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำ การกลั่นน้ำมันดิบหนักได้มากขึ้นและผลิตสินค้ารอบรับความต้องการของตลาดทั้งในไทยและอาเซียนได้อย่างเพียงพอ โดยปัจจุบันในอาเซียนส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันที่มาจากโรงกลั่นสิงคโปร์และไทย
นายยงยศ ครองพาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงิน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือปตท.สผ.กล่าวว่า บริษัทได้ปรับลดงบลงทุนปีนี้จาก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเหลือ 1,700 ล้านดอลลาร์ฯ หลังจากบริษัทมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น และยังลดความเสี่ยงทางธุรกิจด้วยการลดการขุดเจาะหลุมสำรวจปิโตรเลียมลง ซึ่งในครึ่งปีแรกมีการลงทุนขุดเจาะหลุมเพียง 5 หลุม และคาดทั้งปีน่าจะขุดเจาะหลุมไม่มากนัก จากปีก่อนทำได้ 40 หลุม ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายลงทุนปีนี้ลดลง 35% จากปี 57 และลดลง 10% จากปีก่อน

