รอเลย! ปลัดคลัง ชงต่อ ‘คนละครึ่ง’ เฟส3 แจก30ล.คน แย้มไม่ใช่ 500 บาท เพิ่มร้านบริการ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง กำลังออกแบบโครงการคนละครึ่ง เป็นระยะที่ 3 (เฟส 3) รูปแบบการใช้จ่ายใกล้เคียงก็โครงการคนละครึ่งในเฟส 1 และ 2 แต่จะมีการเพิ่มเติมรายละเอียดโครงการ อาทิ การขยายสิทธิให้ร้านค้าในภาคบริการ เช่น ร้านทำผม ร้านนวด เป็นต้น เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ หลังจากที่ในเฟส 1 และ 2 มีเพียงร้านขายสินค้าและอาหารเท่านั้น
“เราจะเอาสิ่งที่มันบกพร่องมาปรับปรุงให้มันดีขึ้น หรืออะไรที่ยังไม่ครอบคลุมก็จะทำให้ครอบคลุม เช่น รอบนี้เรามีข้อมูลจากบริการก็อาจจะรวมเข้าไปด้วย เพราะคนละครึ่งเฟสแรกมีเพียงข้อมูลการซื้อสินค้า เป็นต้น โดยที่ทำโครงการเราชนะ ก็มีภาคบบริการเข้ามาแล้ว ก็จะดูผลของภาคบริการด้วย โดยตอนนี้ได้ให้กรุงไทยไปรวบรวมข้อมูลภาคบริการแล้ว ว่ามีส่วนใดบ้าง” นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่ชัดเจนอื่นๆ เช่น การลงทะเบียนใหม่ และระยะเวลาดำเนินโครงการนั้น จะต้องรอหารือในระดับนโยบาย ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15 ล้านคน หรือจะขยายจำนวนถึง 30 ล้านคนเท่ากับโครงการเราชนะ
และวงเงินที่จะให้ใช้จ่ายที่เท่ากับโครงการที่ผ่านมา 3,500 บาท นั้นต้องดูเรื่องงบประมาณว่าจะมีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะนำมาจาก เงินกู้ ใน พระราชกำหนด 1 ล้านล้านบาท
‘ ส่วนวงเงินที่จะให้เบื้องต้น คาดว่าจะไม่ได้ให้ 500 บาท เหมือนเฟส 2 ซึ่งอาจจะน้อยเกินไป แต่หากจะให้รายละ 3,000-3,500 บาท นาน 3 เดือน ก็ต้องดูว่ามีเงินเหลือพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้เงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนวงเงินเยียวยา 5.5 แสนล้านบาท ใช้ไปเกือบหมดแล้ว จึงเหลือวงเงินในส่วนฟื้นฟูอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่จะนำมาใช้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสม’
นายกฤษฎา กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ขณะนี้ในส่วนของแผนเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เต็มวงเงินแล้ว 5.5 แสนล้านบาท ก็อาจจะมีการพิจารณาใช้วงเงินจากก้อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 2 แสนล้านบาท ส่วนก้อนที่ใช้สำหรับสาธารณะสุข ใช้ไป 1.5 พันกว่าล้านบาท จากกรอบเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท
“สาเหตุที่พิจารณาจะออกโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เนื่องจากโมเมนต์ตัมในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่ช่วยเหลือทุกภาคส่วน และผู้ประกอบการรายเล็กจริงๆ ที่มีเกือบ 2 ล้านราย ซึ่งรวมภาคบริการที่เพิ่งเข้าร่วมในโครงการเราชนะ นอกจาก ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการรายเล็กแล้ว เรายังช่วยกัน ทุกท่านช่วยกันออกเงินครึ่งหนึ่ง และ รัฐก็ออกอีกครึ่งหนึ่ง เป็นเรื่องของความร่วมมือกัน” นายกฤษฎา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวถึงกรณี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวทางการพิจารณาลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อแข่งขันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งได้ในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศมายังไทยนั้น ว่าในปัจจุบัน เข้าว่า เกณฑ์การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ คิดอัตราที่ระดับ 20% โดยรายได้ไม่เกิน 3 แสนบาท จะยกเว้นอัตราภาษีให้ ส่วนรายได้เกิน 3 แสนบาท คิดอัตราภาษีเพียง 15% และสูงสุด 20% อย่างไรก็ดี จะต้องไปพิจารณากับประเทศเพื่อนบ้านด้วย ว่าอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ ซึ่งจะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับนิติบุคคล
นายกฤษฎา กล่าวว่า หากมีการพิจาณาลดอัตราภาษี ก็จะส่งผลดีต่อการดึงดุดนักลงทุน แต่ต้องมีการทดแทนในเรื่องรายได้ด้วย โดยขณะนี้หากมีการเสนอมาตรการอะไรออกไป จะทำในรูปแบบแพ็กเกจ เพื่อสามารถจัดเก็บรายได้มาทดแทนได้ ซึ่งหากออกโครงการใดมาแล้ว ก็จะต้องมีโครงการที่จะรายได้หาทดแทนให้รัฐบาล เพื่อความสมดุล

