กสทช.พร้อมทำตามศาลปกครองสูงสุด หลังมีคำพิพากษาคืนเงิน 151.7 ล้าน ให้ ‘เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล’
จากกรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาในคดีที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด โดยนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือติ๋ม ทีวีพูล ยื่นฟ้อง กสทช. กรณีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ โดยพิพาษาให้คณะกรรมการ กสทช. คืนเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แก่บริษัท ไทยทีวี จำกัด
จำนวน 151,730,755.58 บาท และให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพจำนวน 16 ฉบับ ที่บริษัทไทยทีวี จำกัด วางเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ของงวดที่ 2 -6 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี
หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้จำนวนเงินตามหนังสือค้ำประกันที่ไม่สามารถคืนได้นั้นให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกสทช. เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทางฝ่ายกฎหมายของกสทช.ได้มีการวินิจฉัยแล้วว่า ไม่มีข้อกฎหมายใดที่เปิดช่องคืนเงินให้แก่ช่องทีวีดิจิทัลที่ประมูลไปแล้วได้ แต่ในเมื่อมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดออกมาให้คืนเงิน ทางกสทช.ก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งต้องให้ทางฝ่ายกฎหมายเสนอเรื่องต่อกรรมการกสทช.อีกที เพื่อหาแนวทางปฏิบัติต่อไป
พ.อ.นที กล่าวว่า เรื่องที่มาของเงินที่จะนำมาคืนนั้น เงินจากการประมูลทีวีดิจิทัลได้มีการนำส่งคืนเข้ารัฐไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะกระทบต่อสำนักงานกสทช. เพราะเป็นเงินที่ไม่ได้ก้อนใหญ่มาก ในอนาคตหากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก คำพิพากษาไม่ได้มีการผูกพันกัน ต้องดูเป็นรายกรณีไป

