หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิพัฒน์’ เตร...

‘พิพัฒน์’ เตรียมถก ‘ศบค.’ 19 มี.ค.นี้ หาแนวทางรับต่างชาติชัดเจน หลังสาธารณสุขลดวันกักตัวเหลือ 7-10 วัน

11.03.21 | 17:21 น.

‘พิพัฒน์’ เตรียมถก ‘ศบค.’ 19 มี.ค.นี้ หาแนวทางรับต่างชาติชัดเจน หลังสาธารณสุขลดวันกักตัวเหลือ 7-10 วัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากประเทศไทยเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากรอบแรก หลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศได้ จึงมีแนวคิดการเปิดรับต่างชาติในรูปแบบการกักตัว (ควอรันทีน) หรือการเข้ามาเที่ยวแต่ต้องกักตัวในประเทศให้ครบ 14 วันตามที่กำหนดก่อน โดยมีรูปแบบควอรันทีน อาทิ กอล์ฟควอรันทีน แอเรียควอรันทีน และวิลล่าควอรันทีน ซึ่งได้เริ่มต้นนำร่องที่ศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต และพบว่าเป็นไปได้ด้วยดี จึงจะใช้โมเดลดังกล่าวกับจังหวัดที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก และได้รับความนิยมจากต่างชาติมากสุด รวมระยะแรก 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะเต่า เกาะพงัน) เชียงใหม่ ชลบุรี (พัทยา) พังงา (เขาหลัก) และกรุงเทพมหานคร โดยขณะนี้รัฐบาลได้ผ่อนคลายจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากเดิม 14 วัน ลดเหลือ 7 วัน ในส่วนของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว และสามารถใช้พื้นที่ในบริเวณโรงแรมได้ หลังจาก 7 วัน จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศได้ ส่วนผู้ที่ยังฉัดวัคซีนไม่ครบ หรือยังไม่ได้ฉีด จะต้องกักตัวในห้อง 10 วัน เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยในรายละเอียดส่วนต่างๆ จะมีการหารือเพิ่มเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคมนี้


“ขณะนี้รัฐบาลคาดว่าจะเปิดประเทศรับต่างชาติแบบทั่วไปได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ แต่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะหารือเพิ่มเติม เพื่อเร่งให้เปิดรับต่างชาติเร็วขึ้นเป็นเดือนกรกฎาคม หรือ สิงหาคมนี้ เพราะมองว่าการเปิดรับภายใต้ควอรันทีนต่างๆ อาทิ วิลลาาควอรันทีน ยังไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ยังคาดว่าเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวในปี 2564 อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท ปี 2565 อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท ส่วนปี 2566-2567 มีรายได้กลับมาไม่ต่างจากปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดโควิด-19 มากนัก” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากรูปแบบควอรันทีนแล้ว ยังมีการศึกษาการเปิดรับต่างชาติภายใต้รูปแบบแซนด์บล็อกซ์ หรือการจับคู่ท่องเที่ยวกับเมืองแต่ละประเทศ ที่มีความต้องการเข้ามาเที่ยวไทย ซึ่งจะต้องประเมินพื้นที่หรือจังหวัดในการรองรับอีกครั้ง โดยเบื้องต้นหากเปิดในรูปแบงดังกล่าวได้ คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่มา จะเป็นจีน เพราะมีความต้องการ (ดีมานด์) เข้ามามากสุด ในส่วนของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่อนุมัตินั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะโยกงบประมาณดำเนินโครงการทั้งหมด มาไว้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมางบประมาณอยู่ที่คลัง เมื่อต้องดำเนินการอะไรก็ต้องประสานกัน ซึ่งมีความล่าช้าเกิดขึ้น จึงโยกงบออกมาไว้ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เร็วมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเราเที่ยวด้วย ขณะนี้จะต้องศึกษาและหาแนวปฏิบัติที่ป้องกันทุจริตซ้ำรอยเดิมใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นต้องนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกลั่นกรองเงินกู้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อน ซึ่งหากผ่านการพิจารณาจะนำรายละเอียดโครงการเสนอเข้าครม. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งคาดว่าเราเที่ยวด้วยกัน จะสามารถออกมาได้ทันในเดือนมีนาคมนี้อย่างแน่นอน