จับตา ‘กฟผ.’ รุกธุรกิจอีวีเต็มสูบ เปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์

“กฟผ.” ผนึก 6 ค่ายคิกออฟธุรกิจอีวี รุก 4 ผลิตภัณฑ์ ลุยเชิงพาณิชย์ไตรมาส 2-3

ที่โรงแรมแมริออท สุรวงศ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้เปิดตัวธุรกิจ EGAT EV Business Solutions ภายใต้ชื่องาน The Next Future Journey EGAT EV Business Solutions” ภายใต้ชื่องาน The Next Future Journey EGAT EV Business Solutions พร้อมลงนามความร่วมมือ EV Charging Station & Platform co creation for Electric Vehicles Project ระหว่าง กฟผ. และพันธมิตรจาก 6 บริษัทรถยนต์ชั้นนำ ได้แก่ Audi, BMW, Mercedes-Benz, MG, Nissan และ Porsche เพื่อให้ความร่วมมือกันในด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า Application เชื่อมโยงข้อมูล และการส่งเสริมการขาย

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานและในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(บอร์ดกฟผ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) จะเป็นเทรนด์ของโลกโดยคาดการณ์ว่าปี 2568 ราคารถอีวีจะเท่ากับรถยนต์สันดาปและในปี2040(ปี 2583) อีวีจะมีมากกว่ารถยนต์สันดาปเพื่อตอบโจทย์การก้าวสู่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เป็นศูนย์ ซึ่งบทบาทของไทยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมอีวีโดยจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกและรมว.พลังงานเป็นประธานปลายเดือนนี้ที่จะกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจนมากขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเดิมบอร์ดอีวีได้กำหนดเป้าหมยปี 2573 จะมีการผลิตรถอีวี 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดหรือคิดเป็นประมาณ 750,000 คัน ซึ่งการประชุมบอร์ดอีวีเร็วๆนี้ก็จะต้องมาดูว่าเราจะมีการปรับหรือไม่อย่างไร โดยกรณีที่เอกชนเสนอเป็น 50% อาจจะมีความเป็นไปได้เพราะขณะนี้รถอีวีเริ่มมาเร็ว”ปลัดกล่าว

นายกุลิศ กล่าวว่า สำหรับบทบาทกฟผ. คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.)เมื่อ 10 มีนาคม ได้อนุมัติให้จัดตั้งบริษัท Egat Innovation Holdings มี กฟผ.ถือหุ้น 40%, บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ถือหุ้น 30% และ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) ถือหุ้น 30% เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอีวี แบตเตอรี่ เทคโนโลยี5G เทรดดิ้งไฟฟ้า ซึ่งพร้อมจะเปิดให้พันธมิตรต่างๆเข้ามาร่วมดำเนินการ

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่ากฟผ. กล่าวว่า กฟผ.เปิดตัวธุรกิจใหม่ “EGAT EV Business Solutions” ประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์และบริการ ได้แก่ 1. สถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ที่ชาร์จไฟได้รวดเร็วซึ่งกฟผ.ติดตั้งไปแล้ว 13 สถานี และตั้งเป้าหมายที่จะติดตั้งเพิ่มเป็น 48 สถานี ภายในสิ้นปี 2564 โดยเน้นขยายสถานีไปตามเส้นทางการเดินทางหลักทั่วประเทศ 2. Mobile Application Platform “EleXA” เป็นแอพลิเคชั่นช่วยผู้ใช้รถ EV ตั้งแต่การค้นหา จอง ชาร์จ และจ่ายเงิน ซึ่งกฟผ.มุ่งพัฒนาให้เชื่อมโยง ทั้งลูกค้า ร้านค้า ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้สถานีของ กฟผ. ซึ่งทั้งสถานีชาร์จฯ และแอพลิเคชั่นจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส2ปีนี้ทันที

3. ตู้อัดประจุไฟฟ้า “EGAT Wallbox และ EGAT DC Quick Charger” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่ผู้ใช้งานรถ EV โดย EGAT Wallbox เป็น Home Charger ที่เล็กกะทัดรัด สวยงาม โดย กฟผ. ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายเพียงรายเดียวในไทย ปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนาตู้อัดประจุไฟฟ้า EGAT DC Quick Charger ขนาด 120 kW ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้ โดย กฟผ. จะนำผลิตภัณฑ์นี้ออกใช้งานในเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และ4.ระบบบริหารจัดการเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า “BackEN หรือ Backend EGAT Network Operator Platform” ที่จะเชื่อมโยงระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด เข้าด้วยกันที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชม.ทั้งหมดนี้ พร้อมให้บริการประชาชนทุกคนในปี 2564 นี้อย่างแน่นอน

“ล่าสุดกฟผ.ได้จับมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด(มหาชน) หรือ พีทีจี ในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าโดยจะเปิดนำร่องที่สถานีบริการน้ำมันพีที สาขาปากช่อง 3 จ.นครราชสีมา และเรายังเปิดรับพันธมิตรทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันพัฒนา ผู้ที่สนใจเข้าชมข้อมูลธุรกิจเพิ่มเติม ได้ที่ www.elexaev.com” นายบุญญนิตย์กล่าว

นายวฤต รัตนชื่น ผู้อำนวยการฝ่ายแผนยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า ค่าบริการชาร์จไฟรถอีวีเบื้องต้นกฟผ.ที่ร่วมกับเอกชนเฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาทต่อหน่วย หรือ 1.30 บาทต่อกม. โดยขณะนี้กำลังพิจารณาจะจัดโปรโมชั่นในเดือนเมษายนนี้ให้ราคาค่าบริการชาร์จไฟสำหรับรถอีวีไม่เกิน 1 บาทต่อกม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon