มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 25 ส.ค.2559
จากกรณีที่มีคนร้ายโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสินนั้น นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยืนยันว่า ไม่กระทบความเชื่อมั่นลูกค้า และระบบของธนาคาร ยังมีความปลอดภัย เพราะคนร้ายไม่สามารถเข้ามาในระบบส่วนกลางของธนาคารได้ วิธีการที่คนร้ายใช้นั้นสั่งเฉพาะตู้ให้ถอนเงินออกมา และธนาคารออมสินสามารถหยุดความเสียหายได้ที่ 12 ล้านบาท ตรงนี้กำลังดูว่าบริษัทประกัน หรือบริษัทผลิตตู้จะรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณา
ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ระบุว่า ได้ประสานไปยังธนาคารของรัฐทุกแห่ง ให้เพิ่มความระมัดระวังการเข้าโจรกรรมข้อมูลการเงินของลูกค้าและธนาคารมากขึ้น และมั่นใจว่า กรณีดังกล่าว จะไม่กระทบต่อแผนการนำระบบอี-เพย์เมนต์มาใช้แทนเงินสดของรัฐบาล ที่ขณะนี้ กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินต่างๆได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสมัครเข้าใช้ระบบพร้อมเพย์ผ่านสถาบันการเงินต่างๆเนื่องจาก ระบบพร้อมเพย์นั้น ได้ถูกนำมาใช้ระยะหนึ่งแล้ว เช่น การรับหรือโอนเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ใช้หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัญชี หรือ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นข้อมูลแสดงตัวตน โดยหมายเลขดังกล่าวก็เป็นหมายเลขที่มีการเปิดเผย ถ้าจะมีการแฮกข้อมูลหรือคนที่ตั้งใจจะเข้ามาโกง ก็ทำได้ ไม่เกี่ยวกับระบบพร้อมเพย์
ด้านพันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ระบุว่า ก่อนหน้านี้ กสทช. ได้เคยได้ออกมาเตือนสถาบันการเงินทุกแห่งให้มีความพร้อมจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
ดังนั้น เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และ ที่สำคัญคือ ควรตั้งให้เร็วที่สุดก่อนที่จะเกิดปัญหาด้านการโจมตีไซเบอร์ที่รุนแรง

