ทางคู่ ‘มาบกะเบา-จิระ’ เลื่อนยาวเปิดใช้ปลายปี’67 หลังดีเลย์กว่า 18 เดือน
นายไพบูลย์ โชคไพรสิน ผู้จัดการโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร (กม.) งบประมาณก่อสร้าง วงเงิน 29,968.62 ล้านบาท
ขณะนี้ ภาพรวมของทั้งโครงการฯ มีความล่าช้าประมาณ 18 เดือน หรือประมาณ 1 ปีครึ่ง เนื่องจากติดปัญหาการปรับแก้ไขแบบก่อสร้างของสัญญาที่ 2 การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางจิระ กม.199+600-กม.268+136 ระยะทาง 69 กม. ในช่วงผ่านตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณสะพานข้ามทางรถไฟสีมาธานี และทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการปรับแก้ไขแบบดังกล่าว บริเวณสีมาธานี กรมทางหลวง (ทล.) จะเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอด วงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยในตอนนี้อยู่ระหว่างการขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายกรอบวงเงิน เพื่อนำมาดำเนินการต่อไป
นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอ้างอิงของนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ได้ระบุว่า จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างสัญญาที่ 2 ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 และใช้ระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 36 เดือน ซึ่งหากสามารถเริ่มดำเนินการได้ตามกรอบเวลาดังกล่าว โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ นั้นจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2567 จากเดิมจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ในส่วนจะสามารถเปิดให้บริการช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร สัญญาที่ 1 ได้ก่อนหรือไม่นั้น มองว่าจะเป็นคอขวด เนื่องจากติดปัญหาของสัญญาที่ 2
นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า จากข้อมูล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบว่าในส่วนของสัญญาที่ 1 การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร ระยะทาง 58 กม. แบ่งเป็น ระดับพื้น 53 กม. และทางยกระดับ 5 กม. วงเงิน 7,560 ล้านบาท นั้น ในขณะนี้มีความก้าวหน้า 85.92% ล่าช้ากว่าแผน 2.56% กำหนดแล้วเสร็จเดือนมกราคม 2565 และสัญญาที่ 3 งานก่อสร้างอุโมงค์ ระยะทาง 5 กม. วงเงิน 9,290 ล้านบาท มีความก้าวหน้า 67.82% ล่าช้ากว่าแผน 11.35% กำหนดแล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2564
นายไพบูลย์กล่าวว่า จากความล่าช้าของสัญญาที่ 1 และ 3 สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้กระทบต่อการเคลื่อนย้ายแรงงาน และเคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงติดเรื่องของการเข้าพื้นที่ของกรมป่าไม้ที่มีความล่าช้าด้วย ขณะเดียวกันยังมีปัญหาเรื่องค่าเวนคืนที่ดินที่เพิ่มขึ้นอีก 383 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
“จากความล่าช้าและเหตุผลดังกล่าว ทำให้ผู้รับจ้างตามสัญญา ได้ยื่นขอสงวนสิทธิไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ รฟท. ในเรื่องของการขยายอายุสัญญา อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ได้มีการบริหารจัดการ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผน และตามที่สัญญากำหนดไว้” นายไพบูลย์กล่าว

