เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา สำหรับค่ายซูซูกิ เพราะปิดยอดขายปี 2563 เป็นบวก 7% ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 3.22% ขณะที่ตลาดรถยนต์รวมร่วงไป 21.29% เมื่อเทียบกับปี 2562 ทีเด็ดของซูซูกิก็คือ ความเชี่ยวชาญในการทำรถยนต์ขนาดเล็ก
ล่าสุด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์เต็มสูบตั้งแต่ต้นปี ด้วยการแนะนำ ซูซูกิ สวิฟท์ (SUZUKI SWIFT) สปอร์ตอีโคคาร์รุ่นล่าสุด ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดกับเครื่อง ยนต์เบนซิน รหัส K12M 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 83 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 108 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดคู่หรือ ดูอัลเจ็ต (DUALJET) เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบหัวฉีดคู่ จัดวางไว้ใกล้กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ทำงานโดยฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปที่กระบอกสูบพร้อมกันทั้ง 2 หัวฉีด ทำให้น้ำมันละอองละเอียดขึ้น อัดฉีดน้ำมันได้แม่นยำ ลดอุณหภูมิในกระบอกสูบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้
นอกจากนี้ การมีขนาดห้องเผาไหม้เหมาะสม มีอัตราส่วนกำลังอัดของกระบอกสูบที่ 11.5 เป็นกำลังอัดมากกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงเกิดการเผาไหม้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการจุดระเบิด ได้กำลัง
และแรงบิดดีขึ้น ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
เครื่องยนต์ ดูอัลเจ๊ต ยังมีระบบ อีจีอาร์ (EGR) ลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ ระบายความร้อนแก๊สไอเสียด้วยน้ำและหมุนวนเข้าท่อร่วมไอดี เป็นการลดการเผาไหม้ที่ผิดปกติ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สมบูรณ์ขึ้น จากตัวเลขของซูซูกิระบุว่า ประหยัดน้ำมันมากกว่า 23 กม./ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20
ด้านความปลอดภัยใช้แพลตฟอร์ม ฮาร์ทเทค (HEARTECT) เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ โครงสร้างน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง ลดส่วนโค้งงอ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง ปรับปรุงตำแหน่งการวางเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบรองรับน้ำหนัก และถังน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้จุดเชื่อมต่อแข็งแรง ออกแบบให้เชื่อมต่อกัน
อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งช่วยลดน้ำหนักโดยมุ่งไปที่ทุกส่วนของรถยนต์มากกว่าเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
รวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตัวรถ พร้อมระบบ NVH ช่วยกันการสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากภายนอก มีระบบ ESP ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และระบบ ไอดลิงก์ สต๊อป (IDLING STOP) เครื่องยนต์ตัดการทำงาน ขณะรถหยุดนิ่ง

มีระบบครุยส์ คอนโทรล (Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบ ฮิลล์ โฮลด์ คอนโทรล (Hill Hold Control) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน พร้อมทั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ปรับปรุงดีไซน์ใหม่ เพิ่มสปอร์ตด้วยกระจังหน้าตกแต่งโครเมียมแบบใหม่ และล้ออะลูมิเนียมอัลลอยปัดเงาใหม่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมไฟหน้า แอลอีดี โปรเจ็กเตอร์ (LED Projector) และไฟท้าย แอลอีดี มิติของตัวรถยาว 3,845 มิลลิเมตร กว้าง 1,735 มิลลิเมตร สูง 1,495 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,450 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสารตกแต่งสีดำดีไซน์สปอร์ต ออกแบบช่องหน้าต่างให้กว้าง ทำให้รู้สึกกว้างขวางไม่อึดอัด แม้จะเป็นรถเก๋งเล็ก โดยเฉพาะเบาะหลังยืดขายได้ เพิ่มพื้นที่วางขาและปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งทรงสปอร์ตโอบกระชับสรีระมาตรวัดตกแต่งลายเส้นสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง ดี-เชป (D-Shape) กระชับมือ
ภายในตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินสไตล์สปอร์ต หน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง แอปเปิล คาร์เพลย์,แอนดรอยด์ ออโต และ บลูทูธ

พื้นที่เก็บสัมภาระขนาด 265 ลิตร ปรับพับเบาะหลังแบบ 60:40 พร้อมด้วย คีย์เลส เอ็นทรี่ (Keyless Entry) เปิด-ปิดล็อกประตูได้โดยไม่ต้องกดกุญแจรีโมต มี คีย์เลส พุชสตาร์ต (Keyless Push Start)
สตาร์ตหรือดับเครื่องยนต์ด้วยปุ่มเดียว พร้อมกล้องมองหลังโดยสรุปแล้ว สวิฟท์ ไมเนอร์เชนจ์รุ่นนี้มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้น แบ่งเป็น เกรด GL เพิ่ม กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตตกแต่งลายเส้นโครเมียม กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ/ Keyless entry Keyless Push Start สัญญาณเตือนเมื่อลืมกุญแจ
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัย 3 ก้านปรับระดับ 4 ทิศทาง จอแสดงอุณหภูมิภายนอก และ ไล่ฝ้ากระจกหลัง
ส่วนฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นในเกรด GLX ได้แก่ กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตตกแต่งลายเส้นโครเมียม ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยปัดเงาขนาด 16 นิ้ว วัสดุตกแต่งคอนโซลและแผงประตูหน้าสีเงิน จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบเชื่อมต่อ บลูทูธ และระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รองรับ แอปเปิล คาร์เพลย์ แอนดรอยด์ ออโต และ กล้องมองหลัง
มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic (ZYH), สีแดง Ablaze Red Pearl (ZTW), สีขาว Pure White Pearl (ZYG), สีเทา Star Silver Metallic (ZTS), สีเทา Mineral Gray Metallic (ZTU) และสีดำ Super Black Pearl (ZTT)
มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น GL ราคาเริ่มต้น 557,000 บาท และ รุ่น GLX ราคาเริ่มต้น 629,000 บาท โดยรวม ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ในฐานะที่เป็นรถเล็กสมรรถนะดีเป็นทุนเดิม เมื่อมาเพิ่มอุปกรณ์และการตกแต่ง อัพเกรดรายละเอียดขึ้น ทำให้ลงตัวมากขึ้น
ไม่งั้นคงไม่กล้าตั้งเป้ายอดขาย 12,000 คัน มีเป้าหมายสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอีโคคาร์เมืองไทย อย่างแน่นอน
นายพล

