นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้ง 2 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงสู่การบริโภควิถีปกติใหม่ มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยกันมากขึ้น แต่ธุรกิจร้านอาหารยังมีแนวโน้มเติบโตต่อได้หากสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ โดยจำเป็นต้องปรับวิธีการบริหารจัดการร้านอาหารและนำแพลตฟอร์มออนไลน์มาช่วยขยายโอกาสทางการตลาดมากขึ้น
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ มีภารกิจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจไทยให้เข้มแข็ง แข่งขันได้ จึงมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจร้านอาหารในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญของไทยให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเติบโตที่ยั่งยืน การสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจให้มีมาตรฐาน และทักษะการใช้เทคโนโลยี ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ จึงได้มอบหมายให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Smart Restaurant Plus” หลักสูตร 6 วัน (36 ชั่วโมง) จำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 – 30 มีนาคม 2564 และรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2564 โดยได้รับความร่วมมือจากแม็คโคร โฮเรก้า อคาเดมี่ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอาหารแบบครบวงจร มาถ่ายทอดความรู้ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือ จาก บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ เจ้าของแอปพลิเคชั่นบริการสื่อและจัดส่งอาหาร Robinhood และบริษัท วีเชฟ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระบบฟู้ดเซอร์วิสแพลตฟอร์มและฟู้ดทรัค สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมเผยเคล็ดลับและแนวทางการปรับตัวให้ธุรกิจเติบโตในสภาวะวิกฤต พร้อมฝึกปฏิบัติด้านการถ่ายภาพอาหารและการออกแบบครัว เพื่อใช้ทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟชบุค และไลน์ เป็นต้น
” จากสถานการณ์โควิดทำให้เห็นว่าการทำธุรกิจร้านอาหารไม่สามารถจะมีหน้าร้านเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นจะต้องมีช่องทางการขายที่หลายหลายโดยเฉพาะผ่านระบบออนไลน์ และเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นร้านอาหารไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ที่สามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบการขายแบบเดลิเวอรี่ได้อย่างรวดเร็วก็จะสร้างยอดขายให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทักษะในการบริหารจัดการร้านอย่างรอบด้าน และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คนทำธุรกิจต้องเข้าใจ ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร จำนวน16,541 ราย มีทุนจดทะเบียนมูลค่า 108,714.46 ล้านบาท และมีแนวโน้มการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจร้านอาหารเพิ่มขึ้น ” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

