อธิบดีปศุสัตว์ มอบนโยบายพื้นที่ภาคเหนือ ยึดหลัก งาน เงิน และคน ลุยพัฒนาตลอดปี 64

อธิบดีปศุสัตว์ มอบนโยบายพื้นที่ภาคเหนือ ยึดหลัก งาน เงิน และคน ลุยพัฒนาตลอดปี 64

วันที่ 15 มีนาคม นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้เป็นประธานการประชุมสัมมนาโครงการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญของกรมปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 2 ในพื้นที่เขต 5 และเขต 6 ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอน รีสอร์ท จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยในการประชุมมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายสุรเดช สมิเปรม นายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน ผู้อำนวยการกองคลัง เลขานุการกรม ผู้แทนจากกองการเจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์เขต 5 ปศุสัตว์เขต 6 ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่เขต 5 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน และแพร่ ปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่เขต 6 ประกอบด้วยจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี และอุตรดิตถ์ ปศุสัตว์อำเภอ พร้อมกันนี้ได้มีการถ่ายทอดทาง video conference ไปยัง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ หัวหน้าด่านฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้เน้นถึงภารกิจและบทบาทหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ที่มีความหลากหลาย มีกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบหลายฉบับ นโยบายและการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ จึงต้องประกอบด้วย คน โดยเน้นการบรรจุคนและกระจายอัตรากำลังสู่ภูมิภาค และพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพ เงิน เน้นการใช้งบอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด

และที่สำคัญคืองาน ที่ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ดังนี้ หนึ่ง ด้านผลิตและส่งเสริม เน้นการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และผลิตสินค้าปศุสัตว์ตามศักยภาพในพื้นที่ ผลิตพันธุ์สัตว์ให้พอเพียง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น โครงการโคนมสวนจิตรลดา โครงการทหารพันธุ์ดี การผลิตอาหารสัตว์ การช่วยเหลือภัยพิบัติให้เตรียมความพร้อมเสมอ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ สอง ด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ เช่น สถานพักพิงสัตว์ดอยสะเก็ด มูลนิธิดิอาร์ค การควบคุมและป้องกันโรค เข้มงวดในการกักสัตว์และเคลื่อนย้าย เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) การยกระดับจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้าให้เพิ่มขึ้น การร่วมแก้ปัญหาและควบคุมจำนวนสุนัขและแมวจรจัด การควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า โดยทุกโรคเน้นเชิงรุก สอบสวนโรค คุมสถานการณ์และการระบาดให้รวดเร็ว ตามหลัก รู้เร็ว สงบเร็ว และการสร้างเครือข่ายปฏิบัติงานในพื้นที่

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า สาม ด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้า (food safety) ให้รักษาคุณภาพมาตรฐานมากกว่าปริมาณ ตรวจสอบเพื่อรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกจังหวัดมีโครงการปศุสัตว์ OK อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง และสี่ ด้านการบริหาร การใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า การบริหารบุคลากร การบรรจุแต่งตั้งอย่างเป็นธรรม การปรับปรุงอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ

“ทั้งนี้ ด้านการปฏิบัติงาน เน้นเชิงรุก ยึดสุจริตและโปร่งใสเป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล ด้านงบประมาณ ให้ใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และด้านบุคลากร ให้พัฒนาองค์ความรู้เพิ่มศักยภาพของตนเองเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งต่อองค์กรและประเทศชาติต่อไป และที่สำคัญที่สุดขอให้ทุกคนรู้รักสามัคคี” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหาร ยังได้ร่วมรับฟังปัญหาอุปสรรค และการนำเสนอผลงานและโครงการต่างๆ ของพื้นที่ เพื่อหาวิธีช่วยแก้ปัญหาและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรและสำเร็จตามเป้าหมายการดำเนินงานต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สะพานแห่งกาลเวลา : คู่แข่งของกูเกิล โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
บทความถัดไปเนเธอร์แลนด์ ชาติล่าสุด ประกาศระงับฉีดวัคซีน แอสตราเซนเนก้า