ไทย-เนเธอร์แลนด์ เอ็มโอยู ผนึกกำลังเสริมแกร่งป้องกันวิกฤติน้ำท่วม
วันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และนายเกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระหว่าง กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทย ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตเนเธอร์ประจำประเทศไทย
นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า เอ็มโอยูฉบับนี้เป็นความร่วมมือในสาขาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นระยะเวลา 3 ปี และจะขยายเวลาออกไปโดยอัตโนมัติหรือต่อเนื่องอีกคราวละ 5 ปี ในสาขาความร่วมมือที่สองประเทศเห็นพ้องร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการอุทกภัยและการระบายน้ำในเขตเมือง ที่เนเธอร์แลนด์มีความเชี่ยวชาญในการป้องกันน้ำท่วมและจัดการน้ำมาตั้งแต่ในอดีต และพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นประเทศที่มีระบบการบริการจัดการน้ำที่ดีมากที่สุดประเทศหนึ่ง

“ปัญหาน้ำท่วมและความแห้งแล้งที่เพิ่มขึ้น เป็นความท้าทายสำหรับการบริหารจัดน้ำทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลไทยได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับนานาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเนเธอร์แลนด์ที่ไทยมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านน้ำระหว่างกันมาอย่างยาวนาน อาทิ การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญร่วมทำงานกับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหาช่วงน้ำท่วมปี 2554 เป็นต้น” นายสมเกียรติ กล่าว
นายสมเกียรติ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญ ที่จะทำให้ความร่วมมือด้านน้ำระหว่างสองประเทศเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยนบุคลากร ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้านน้ำของสองประเทศ โดยเฉพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านน้ำที่เนเธอร์แลนด์ประสบความสำเร็จ โดยมีสทนช. เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและอำนวยการความสะดวกต่อไป ที่สำคัญยังเป็นกลไกในการเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจได้แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมมือกันในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ของสองประเทศในอนาคตอีกด้วย

