นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์หลังมอบนโยบายต่อคณะกรรมการ(บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ชุดใหม่แทนบอร์ดชุดเดิมที่หมดวาระไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าได้เร่งรัดบอร์ดให้ดำเนินการเรื่องต่างๆ ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมด รวมถึงโครงการที่ค้างอยู่ และให้ส่งเป็นโร้ดแม็ปตามประเด็นดังต่อไปนี้ การพัฒนาที่ดินร.ฟ.ท.เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามศักยภาพ สร้างรายได้ให้ร.ฟ.ท.นำมาชำระภาระหนี้สินที่มีอยู่ในขณะนี้ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นภาระหนี้สินแอร์พอร์ตลิ้งค์ 3.3 หมื่นล้านบาท หนี้สะสมจากรัฐบาลก่อนๆ 6.1 หมื่นล้านบาท ภาระเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการประมาณ 3.7 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4 พันล้านบาท ค่าเสื่อมราคา 3 พันล้านบาท และอื่นๆ โดยให้มีการพัฒนาที่ดินนำร่องในแปลงต่างๆ ในกรุงเทพก่อน อาทิ สถานีบางซื่อ สถานีแม่น้ำ สถานีก.ม.11 รวมถึงพื้นที่มักกะสัน จากนั้นจะพัฒนาที่ดินร.ฟ.ท.ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่อยากให้มีการพัฒนาที่ดินทางรถไฟ
“และได้เน้นย้ำบอร์ดให้เร่งรัดการทำระบบบัญชีการเงินให้เป็นลักษณะคอมพิวเตอร์ไรซ์ เพื่อเช็คงบการเงินร.ฟ.ท.ได้เป็นระบบเดียวกัน จากที่ผ่านมาบัญชีการเงินยังแยกส่วนกันอยู่ ส่งผลให้ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)วิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้งเรื่องการจัดทำบัญชี จึงอยากเร่งบอร์ดร.ฟ.ท.จัดทำบัญชีให้เป็นระบบ”
นายออมสินกล่าวว่า ประเด็นต่อมาคือ มีแผนที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในส่วนต่อขยายของแอร์พอร์ตลิ้งค์ และแผนที่จะซื้อรถอีก 7 ขบวนตามที่เคยยกเลิกไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อให้บอร์ดแอร์พอร์ตลิ้งค์พิจารณาต่อไป การพัฒนากิจการรถไฟในสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ที่ลาดกระบัง ในเรื่องการหาข้อสรุปการทำสัญญาบริหารจัดการ เพื่อเร่งให้มีการพัฒนาการขนส่งสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น การทบทวนว่าจะซื้อหรือเช่าหัวจักร รวมถึงการเพิ่มขบวนตู้ต่างๆ ตามแผนงานที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ร.ฟ.ท.มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นตามข้อร้องเรียนของประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องความสะอาดของห้องน้ำ
ส่วนความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงทั้งโครงการรถไฟไทย-จีน และไทย-ญี่ปุ่นในเส้นทางที่กำลังศึกษาอยู่คือ เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ และเส้นทางที่เป็นแนวระนาบกาญจนบุรี-อรัญประเทศ นายออมสิน กล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวจะเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าในตู้ขบวนขนาด 12 เมตร เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงความร่วมมือรถไฟระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่อยากให้มีการเชื่อมต่อที่สถานีปาดังเบซาร์ จ.สงขลา โดยจะมีการประชุมระดับการรถไฟร่วมกันระหว่างไทย-มาเลเซียในเร็วๆ นี้

