หน้าแรก เศรษฐกิจ เคทีซี มั่นใจ...

เคทีซี มั่นใจปีนี้กำไรนิวไฮ ลุยตลาดสินเชื่อครบวงจร ถก อินฟินิธัส เก็บข้อมูล แอพเป๋าตัง เปิดโมเดลธุรกิจใหม่

16.03.21 | 18:19 น.

เคทีซี ลั่นปีนี้กำไรนิวไฮ เน้นลูกค้าคุณภาพ บุกตลาดสินเชื่อครบวงจร ส่ง พี่เบิ้ม นำทีมลุย พร้อมเร่งปรับองค์กรรับเทรนด์ดิจิทัล โหมระบบไอทีเข้มข้น เจรจา อินฟินิธัส หาโมเดลธุรกิจร่วม ใช้ประโยชน์ดาต้า


นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี แถลงแผนงานปี 2564 ว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2563 มีความผันผวนอย่างมาก ผลจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กระทบมาถึงธุรกิจโดยรวม โดยเคทีซีมีกำไรสุทธิลดลงจากปี 2562 โดยมีกำไรที่ 5,332 ล้านบาท (ปี 2562 กำไรราว 5,524 ล้านบาท) แต่มั่นใจว่าปีนี้ เคทีซีจะทำรายได้เพิ่มขึ้น และมีกำไรนิวไฮ ซึ่งปีที่ผ่านมา เคทีซีได้ตั้งสำรองไว้สูง ส่วนปีนี้คาดว่าอาจไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่มอีก ขณะที่ปีนี้กฎหมายใหม่กำหนดอัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 7.5% เหลือ 5% ดังนั้น เคทีซีจะเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพของลูกหนี้เพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาจนเกิดคดีความต้องฟ้องศาล

นายระเฑียร กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นซีอีโอมีหน้าที่ต้องทำรายได้เพิ่มขึ้น มีกำไรเพิ่มขึ้น จึงต้องกลับมาดูธุรกิจที่มีอยู่ว่าส่วนไหนยังไปได้และส่วนไหนที่ไปไม่ได้ โดยพิโก ไฟแนนซ์ เดิมมีแผนจะขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ต้องมีผู้สอบบัญชีเพิ่มขึ้นในทุกสาขา เป็นต้นทุนที่อาจไม่คุ้มค่าในการดำเนินงาน ก็ต้องมาทบทวนใหม่ ขณะที่นาโนไฟแนนซ์หลังมีการดำเนินการพบว่าไม่มีใครทำแล้วมีกำไร เพราะเพดานดอกเบี้ยลดลงจาก 36% เหลือ 33% ซึ่งมองไม่เห็นโอกาสการเติบโตของกำไร “ถ้าไม่เห็นโอกาสทำกำไรที่สูงพอ คงไม่ทำ สู้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้มากกว่า จะดีกว่า” นายระเฑียรกล่าว

Advertisement

นายระเฑียร กล่าวยอมรับว่า สถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้แผนยุทธศาสตร์ในปีนี้ของบริษัทต้องเร่งปรับองค์กรแบบก้าวกระโดดเพื่อสร้างโอกาสธุรกิจที่มีกำไรคู่ขนานกับการทำธุรกิจเดิม เพื่อสร้างคลื่นใต้น้ำจนเป็นพลังคลื่นลูกใหญ่รับเกมธุรกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Infinite Game) โดยมุ่งขยายขอบเขตธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกันที่หลากลาย เพื่อให้เคทีซีเป็นผู้เล่นหลักในตลาด โดยล่าสุดได้เข้าถือหุ้นในบริษัทกรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด หรือ เคทีบี ลีสซิ่ง 75.05% จะทำให้เคทีซีสามารถทำธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งทุกประเภท ต่อยอดธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกันได้อย่างครบวงจร และยังได้ใช้ประโยชน์จากสาขาและฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม โดยบริษัทฯ จะเข้าไปศึกษาระบบในเคทีบี ลีสซิ่ง และคาดว่าจะเริ่มออกแบบโมเดลธุรกิจได้หลังจากผ่านการประชุมผู้ถือหุ้น โดยปีนี้จะมุ่งขยายตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ โดยเคทีซี พี่เบิ้ม เป็นตลาดหลัก เน้นทำตลาดผ่านระบบออนไลน์ ตั้งเป้ายอดสินเชื่อประมาณ 1,000 ล้านบาท

นายชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ กล่าวว่า ในไตรมส 1 ของปีนี้ยังไม่พบหนี้เสียผิดปกติ หลังบริษัทปรับเกมเน้นลูกค้าคุณภาพเพิ่มขึ้น โดยการใช้จ่ายของลูกค้าเดือนมกราคมที่ผ่านมา มียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ไม่ได้ติดลบมากอย่างที่คาด ดังนั้นในปีนี้น่าจะทำให้การสำรองลดลง ส่วนการซื้อหุ้นเคทีบี ลีสซิ่งจากธนาคารกรุงไทย เตรียมขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 เมษายนนี้ และจะต้องมีการประชุมร่วมกับธนาคารกรุงไทยอีกหลายครั้งหลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)อนุมัติการโอนหุ้นดังกล่าว ดังนั้นในปีนี้ยังไม่สามารถประเมินรายได้และกำไรได้

นายชุติเดช กล่าวถึงแผนการระดมเงินของปีนี้ว่า จะออกตราสารหนี้เพื่อรองรับหุ้นกู้ที่จะหมดอายุมูลค่า 9,000 ล้านบาท และอีก 3,000 ล้านบาทเพื่อการเติบโต ปัจจุบันบริษัทออกตราสารหนี้ระยะสั้นในรูปตั๋ว P/N และ B/E ดอกเบี้ยต่ำไม่ถึง 1%ต่อปี จึงจัดพอร์ตเงินกู้เป็นระยะสั้น 30% ช่วยลดต้นทุนทางการเงินที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.65% ต่อปี และช่วยรองรับภาวะเศรษฐกิจขาดขึ้นในปี 2565 หรือปี 2566

นายวุฒิชัย เจริญผล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ไอที กล่าวว่า ปีนี้เคทีซีจะมุ่งไปดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมา เคทีซีทำระบบมาอย่างต่อเนื่อง ในแง่การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล หัวใจสำคัญคือพนักงาน จึงกำหนดเป็นกรอบให้พนักงานจะคิดเรื่องการก้าวไปสู่ดิจิทัลเพื่อให้เห็นภาพตรงกัน โดยมองไว้ 3 แกนหลัก คือดิจิทัล โปรดักส์, ดิจิทัล เซอร์วิส และดิจิทัล ชาแนล ปีหน้าจะมุ่งเรื่องนี้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เรื่องไอที ช่วงที่ผ่านมาพยายามปรับเพื่อให้มีพื้นฐานด้านโครงสร้างให้เหมาะสมต่อการก้าวไปข้างหน้าหรือรุกธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องการปรับดาต้า เซ็นเตอร์ การนำคลาวด์ เซอร์วิสต่างๆมาใช้ในไอทีของเคทีซี ซึ่งเริ่มใช้คลาวด์ในแอพพลิเคชั่นบางตัวของไอที แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้น โดยจะยังมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ปรับปรุงให้ดีมากขึ้น
รวมถึงยังมองหาสตาร์ตอัพในการเข้าไปลงทุนธุรกิจเพื่อเป็นธุรกิจใหม่ๆที่สามารถเชื่อมต่อกับธุรกิจเคทีซีที่มีอยู่เดิม ดังนั้นการจะร่วมทุนกับสตาร์ตอัพต้องอยู่บนพื้นฐานธุรกิจของเคทีซีที่ทำอยู่แล้วคือโปรดักส์และบริการ

นายวุฒิชัย ยังกล่าวตอบผู้สื่อข่าวถึงกรณีธนาคารกรุงไทยได้ร่วมโครงการต่างๆกับรัฐบาล และมีฐานข้อมูลของประชาชนจำนวนมาก เคทีซีจะมีโครงการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการนำข้อมูลมาใช้หรือไม่ว่า กำลังคุยกับอินฟินิธัส (บริษัทร่วมทุนกรุงไทย บริษัทที่วางระบบแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง, ถุงเงิน และการลงทะเบียนโครงการเยียวยาต่างๆของภาครัฐ) แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะข้อมูลที่อยู่ธนาคารกรุงไทยและอินฟินิธัสสามารถใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่เคทีซียังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าในปีนี้ดีลต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างน้อยต้องได้เห็นโมเดลธุรกิจร่วมกัน 1 โมเดล