หน้าแรก เศรษฐกิจ สถาบันการเงิน...

สถาบันการเงินของรัฐพร้อมสนับสนุนมาตรการฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจจากโควิด-19

23.03.21 | 20:28 น.

สถาบันการเงินของรัฐพร้อมสนับสนุนมาตรการฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจจากโควิด-19

สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ(TheGovernment FinancialInstitutions Association:GFA) พร้อมให้การสนับสนุน ธนาคารประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ในการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบผ่าน “มาตรการให้ความ ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (มาตรการฟื้นฟูฯ)” วงเงินรวม 350,000 ล้านบาท ผ่าน 2 มาตรการ มั่นใจสามารถช่วยเหลือและฟื้นฟูให้แก่ ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งได้อย่างแน่นอน


นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะประธานกรรมการสมาคม สถาบันการเงินของรัฐ(GFA) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งมีความพร้อมให้การสนับสนุนการดาเนินงาน ของธนาคารประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ในการจัดทาความช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบตามร่าง “มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (มาตรการฟื้นฟูฯ)”วงเงินรวม350,000ล้านบาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้(23 มีนาคม 2564) โดยถือเป็นมาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นาเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึง สถาบันการเงินของรัฐจากการให้ความช่วยเหลือระยะสั้นแก่ลูกหนี้ผ่าน พ.ร.ก. Soft Loan ที่ดาเนินการในปี 2563 มาจัดทาเป็นมาตรการฟื้นฟูฯ ในครั้งนี้ เพื่อดูแลผู้ประกอบธุรกิจให้สามารถดาเนินกิจการ รักษาการจ้างงาน และฟื้นฟู ศักยภาพการดาเนินกิจการหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบเป็นอย่างมากให้แก่ลูกค้าของ สถาบันการเงินของรัฐในกลุ่มที่รายได้ยังไม่แข็งแรง โดยแบ่งออกเป็น 2 มาตรการ คือ

1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพ คล่องแก่ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีศักยภาพ ครอบคลุมทั้งลูกหนี้รายเดิมและรายใหม่ ให้เข้าถึง สินเชื่อ พร้อมรองรับการฟื้นตัว ด้วยการปรับเพิ่มวงเงินให้กู้ ขยายระยะเวลาผ่อนชาระให้ยาวขึ้น และกาหนดอัตรา ดอกเบี้ยให้เอื้อต่อการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งสถาบันการเงินของรัฐโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มความเชื่อมั่นด้วยการสนับสนุนการค้าประกันสินเชื่อรวมถึงยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีและ

ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และมี ธปท. ส่งเสริมสภาพคล่องต้นทุนต่าใหแ้ ก่สถาบันการเงินดาเนินการต่อไป 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชาระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็น หลักประกัน ให้สามารถเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อหยุดหรือลดภาระหนี้ และในอนาคตสามารถขอเช่าทรัพย์กลับไป ดูแลหรือเปิดดาเนินการต่อได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าไม่ถูกกดราคาบังคับขายทรัพย์หรือหลักประกัน กลับมาสร้างงาน

Advertisement

สร้างรายไดเ้ มื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้น โดยมี ธปท. สนับสนุนสภาพคล่องต้นทุนต่าแก่สถาบันการเงิน และภาครัฐ สนับสนุนยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาษีและค่าธรรมเนียมในการตีโอนทรัพย์
ทั้งนี้ CEO ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งได้ conference call กับ ธปท. เพื่อพิจารณาแนวทางการดาเนินงานตาม มาตรการฟื้นฟูฯ ในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และจะเร่งจัดทารายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือลูกค้าประชาชน โดยเร็วที่สุดต่อไป เพื่อทาหน้าท่ีเป็นกลไกหลักที่จะส่งเสริม ช่วยเหลือ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการ หรือ ผลติ ภัณฑ์ทางการเงิน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากในปี 2563 สถาบันการเงิน ของรัฐทุกแห่งมีบทบาทสาคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวม 10.89 ล้านราย วงเงินสินเชื่อรวม 3.65 ล้านล้านบาท ผ่านมาตรการต่างๆ ทั้งการพักชาระหนี้ ลดดอกเบี้ย ลดเงินงวด ผ่อนชาระ ขยายระยะเวลากู้ ให้สินเชื่อเพิ่มเติม และค้าประกันสินเชื่อ