หน้าแรก เศรษฐกิจ บีเอสเอช ปลื้...

บีเอสเอช ปลื้มผลประกอบการปี 63 ไม่ระคายโควิด ยอดขายทั่วโลกโต 5.3% รายได้เฉียด 1.4 หมื่นล้านยูโร

26.03.21 | 14:20 น.

ดร. คาร์ล่า ครีเว็ต ประธานกรรมการของคณะกรรมการบริหารของบีเอสเอช กล่าวว่า ในปี 2020 (พ.ศ. 2563) เป็นปีที่ถือเป็นประวัติการณ์ของบีเอสเอช ซึ่งเป็นผลมาจากเป้าหมายที่ชัดเจนของบีเอสเอชทั่วโลก และสามารถรับมือกับความท้าทายของการแพร่ระบาดของโรค (โควิด-19) ในระดับโลกได้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมของบีเอสเอชในส่วนของยอดขายมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะผู้บริโภคต้องการใช้ชีวิตที่บ้านและในครัวมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมและดิจิทัลโซลูชั่นของบีเอสเอชช่วยสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า รวมถึงลูกค้าเชื่อมั่นใจแบรนด์ต่อคุณภาพของสินค้า


ดร. คาร์ล่า ครีเว็ต กล่าวว่า ปี 2563 บีเอสเอชในทุกภูมิภาคมีอัตราเติบโต ได้แก่ ภูมิภาคยุโรป เติบโต 4.8% ตลาดอเมริกา มีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 7.7% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็นและเครื่องล้างจานมีความต้องการสูงที่สุด ตลาดเอเชีย-แปซิฟิก และแอฟริกา เติบโต 5.3% ส่วนตลาดจีน เริ่มเติบโตสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2563 มากกว่าค่ารวมของรายรับที่ลดลงในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า โดยสินค้ากลุ่มเครื่องล้างจานและเครื่องอบผ้ามียอดขายเติบโตสูงที่สุด

“บีเอสเอชถือเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช่แบรนด์จากประเทศจีน ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในประเทศจีน และยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ โดยบีเอสเอชยังคงเติบโตในตลาดอินเดียและแอฟริกา และยังวางแผนขยายธุรกิจให้ยั่งยืนในตลาดของประเทศกำลังพัฒนา เติบโตในทุกกลุ่มสินค้าและด้านบริการของลูกค้า” ดร. คาร์ล่า ครีเว็ต กล่าวและว่า บีเอสเอช ยังคงเดินหน้าโครงการลงทุนตามแผนที่วางไว้ในปี 2563 อย่างต่อเนื่อง เช่น โรงงงานผลิตเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในเมืองซูโจว ประเทศจีน
โดยเป้าหมายหลักยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาเพื่อรองรับนวัตกรรมที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง, เทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้อย่างง่ายดายและสามารถสั่งการเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet of Things ) หรือ IoT รวมทั้งเรื่องของการเปลี่ยนผ่านสู่ Digitalzation ในการเพิ่มมูลค่าของห่วงโซ่ในระบบทั้งหมด ซึ่งการลงทุนทั้งหมดนี้ในปีที่่ผ่านมาคิดเป็นมูลค่าประมาณ 708 ล้านยูโร เท่ากับปีก่อนหน้า (ปี 2562) ส่งผลให้ปี 2563 มียอดขายรวมเติบโตขึ้นกว่า 5.1% ของรายได้จากการขายทั้งหมด มีผลประกอบกทั้งสิ้น 1.39 หมื่นล้านยูโร ส่วนแนวโน้มปีนี้คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2563 ได้