ออมสิน เตรียมรุกตลาดสินเชื่อที่ดินช่วงท้ายปี บริการแยกออกจากธนาคาร หวังดึงดอกเบี้ยลงจาก 20-30%

ออมสิน เตรียมรุกตลาดสินเชื่อที่ดินช่วงท้ายปี บริการแยกออกจากธนาคาร หวังดึงดอกเบี้ยลงจาก 20-30%

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2564 ธนาคารมีแนวคิดที่จะเปิดให้บริการธุรกิจสินเชื่อที่เกี่ยวกับที่ดินเพิ่มเติม จากที่เปิดให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ไปแล้ว เพื่อต้องการช่วยเหลือประชาชนฐานราก และผู้ประกอบการธุรกิจที่มีปัญหาสภาพคล่อง ให้สามารถนำที่ดินเข้ามาใช้เป็นหลักประกันขอเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ยไม่สูงเกินไปตามนโยบายของรัฐบาล สำหรับรูปแบบการทำธุรกิจจะมีการแยกออกมาจากโครงสร้างของธนาคาร เพื่อให้บริหารได้คล่องตัว แต่จะเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทอื่น หรือมีการตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเองหรือไม่นั้น ยังไม่ได้ลงรายละเอียด

“จากการที่ธนาคารให้บริการสินเชื่อเอสเอ็มอี มีที่ มีเงิน สำหรับภาคการท่องเที่ยวไปช่วงต้นปี 2564 พบว่ามีความต้องการใช้สินเชื่อจำนวนมาก และมีแจ้งขอวงเงินกู้เข้ามาเต็มอย่างรวดเร็ว ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีคนที่กำลังเดือดร้อนอยู่อีกเยอะ

“ดังนั้น ธนาคารจึงมีแนวคิดขยายให้บริการสินเชื่อที่ดิน ช่วยประชาชนเพิ่มเติมอีก ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนมีแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ไม่เสียดอกเบี้ยเยอะเกินไป และถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของออมสินในการเดินหน้าไปสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม” นายวิทัยกล่าว

นายวิทัยกล่าวว่า ปัจจุบัน การขายฝากที่ดิน หรือให้สินเชื่อเกี่ยวกับที่ดินมีการคิดดอกเบี้ยกันค่อนข้างสูง โดยหากเป็นการขายฝากที่ดินกับนอกระบบจะคิดดอกเบี้ยถึง 20-30% ต่อปี แต่ถ้าเป็นการขอสินเชื่อที่ดินกับนอนแบงก์ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ จะคิดดอกเบี้ย 15% ซึ่งหากธนาคารคิดดอกเบี้ยถูกลง จะช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้มาก และยังสามารถดึงดอกเบี้ยในระบบสินเชื่อที่ดินให้ลดลงมาได้อีกด้วย

นายวิทัยกล่าวต่อว่า ในครึ่งปีหลังออมสินวางแผนเดินหน้าเป็นธนาคารเพื่อสังคมเพิ่ม โดยเน้นการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้กับแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง หรือต้องย้ายถิ่นฐานกลับสู่ชนบทมีเป้าหมายนับหมื่นครัวเรือน โดยรูปแบบช่วยเหลือมีประมาณ 4-5 โครงการ อาทิ การร่วมมือกับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อนำธุรกิจแฟรนไชส์ไปช่วยสร้างอาชีพให้กับคนว่างงานที่อยู่ในเมือง หรือในชุมชน เช่น แฟรนไชส์ขายลูกชิ้นทอด ขายเครื่องดื่ม ขายขนม ขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียง ราคาไม่สูง และไม่ต้องใช้ทักษะในการบริหารที่ซับซ้อน โดยธนาคารพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือเงินกู้ให้

“นอกจากนี้ จะร่วมมือกับสถาบันอาชีวะในการนำนักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ไปช่วยฝึกสอนวิชาชีพประเภทต่างๆ แก่ชาวบ้านในชุมชน เช่น สอนให้มีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ช่างปูน ช่างไม้ เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนมีวิชาชีพติดตัว สามารถออกไปรับจ้างประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้

“ตลอดปี 64 ธนาคารยังเดินหน้าการเป็นธนาคารเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงไตรมาสแรกได้ให้สินเชื่อฉุกเฉิน และสินเชื่อมีที่มีเงินไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาทสำหรับช่วยเหลือประชาชน และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด รวมถึงยังเปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ด้วย

“ส่วนไตรมาสสองธนาคารจะเร่งดูแลลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ให้กลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติ โดยจะช่วยยืดหนี้ ลดเงินงวด รวมถึงลดดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งขณะนี้ได้ทำไปแล้ว 5 แสนราย และน่าจะมีอยู่อีก 2-3 แสนรายที่จะต้องเข้าไปดูแลเพิ่ม

“ส่วนครึ่งปีหลังภาพของธนาคารจะเข้าไปช่วยการสร้างงานสร้างอาชีพ และให้บริการธุรกิจตามปกติเพื่อหารายได้เลี้ยงองค์กรด้วย” นายวิทัยกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘รังสิมันต์ โรม’ เข้าพบผู้ชุมนุมหมู่บ้านเดินทะลุฟ้าที่ถูกจับกุม ตชด.ภ.1
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 9) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ