ควงออกงานแรก จุรินทร์-สินิตย์ เปิด RCEP Center ศูนย์บริการข้อมูลด้านการค้า 15 ประเทศ

ควงออกงานแรก จุรินทร์-สินิตย์ เปิด RCEP Center ศูนย์บริการข้อมูลด้านการค้า 15 ประเทศ เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ ชู ชวนคนไทยใช้ประโยชน์เต็มที่

เวลา 10.30 น. วันที่ 29 มีนาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานเปิดตัวศูนย์อาร์เซ็บ (RCEPCenter) ณ RCEP Center ชั้น 3 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ โดยมีนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นงานแรก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าข้อตกลง RCEP ได้มีการเจรจามาตลอด 8 ปีและประสบความสำเร็จในปีที่แล้ว เมื่อประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและตนได้มีโอกาสเป็นประธานรัฐมนตรีเศรษฐกิจในการเจรจาจนบรรลุข้อตกลงครบถ้วนจากที่ค้างคากว่า 13 ข้อบท จาก 20 ข้อบท นำมาสู่การลงนามร่วมกัน 15 ประเทศเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 RCEP จึงเป็น FTA ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีจีดีพีรวมกันถึง 1 ใน 3 ของจีดีพีโลกและมีประชากรรวมกัน 1 ใน 3 ของโลก 2.2 พันล้านคน มูลค่าการค้าของไทยที่ค้าขายกับต่างประเทศ เฉพาะในกลุ่มประเทศ RCEP อีก 14 ประเทศที่เหลือมูลค่าการค้าของไทยคิดเป็น 2 ใน 3 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดที่ไทยค้าขายกับต่างประเทศ ตัวเลขการค้า 8.5 ล้านล้านบาท ประโยชน์สำหรับประเทศไทยจะสามารถส่งออกทั้งสินค้าและบริการได้คล่องตัวสะดวกขึ้นภายใต้อัตราภาษีศูนย์ ที่จะเกิดขึ้นในทันทีที่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้และอนาคตตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งยางพารา มันสำปะหลัง ประมง ผักผลไม้ อาหารทั้งแช่แข็งและแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ากระดาษ พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องแต่งกาย ส่วนประกอบจักรยานยนต์ สำหรับภาคบริการจะได้ประโยชน์จากด้านการก่อสร้างซึ่งไทยมีศักยภาพ ด้านบริการสุขภาพ ภาพยนตร์ บันเทิง อนิเมชั่นที่เรียกว่าดิจิทัลคอนเทนท์ รวมทั้งภาคค้าปลีก

สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือเร่งรัดการให้สัตยาบันซึ่งมีขั้นตอน 2 เรื่อง 1.ต้องผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา ตนได้นำเสนอเข้าที่ประชุมร่วมและได้รับความเห็นชอบแล้ว และ2.ดำเนินการกระบวนการภายในของหน่วยงานราชการต่างๆอย่างน้อย 3 หน่วยงาน 1.กรมการค้าต่างประเทศ ออกแบบ COให้จบ และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน 2.กรมศุลกากรต้องประกาศอัตราภาษีให้สอดคล้องกับข้อตกลง 3.กระทรวงอุตสาหกรรมต้องออกประกาศเรื่องการนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ตามข้อตกลง RCEP จากนั้นกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงต่างประเทศจะประสานงานการยื่นเรื่องให้สัตยาบันไปยังเลขาธิการอาเซียน ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ RCEP ต่อไป ถือว่าจบการให้สัตยาบันของไทย

โดยในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศต้องให้สัตยาบันอย่างน้อย 6 ประเทศ และนอกประเทศอาเซียน 5ประเทศ ไม่น้อยกว่า 3 ประเทศ เป็นอย่างน้อย 3 + 6 เป็น 9 ประเทศถึงจะถือว่ามีการให้สัตยาบัน RCEP และบังคับใช้ได้ต่อไป

กระทรวงพาณิชย์จะต้องประสานงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการเกษตรเร่งรัดในการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ส่งออก เอสเอ็มอี ภาคการเกษตร รับทราบข้อมูลและเนื้อหาสำคัญในข้อตกลง ให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อตกลงได้

หัวใจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ในภาพของสินค้า มีสินค้า 40,000 รายการโดยประมาณที่ต้องลดภาษีให้กับประเทศไทยให้เหลือศูนย์ และ 40,000 รายการนั้นมี 29,000 รายการที่คาดว่าจะสามารถลดได้ทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2565 ส่วนที่เหลือประมาณ 9,000 รายการ จะลดภายใน 10 ถึง 20 ปีให้อัตราภาษีเป็นศูนย์ตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สำหรับภาคบริการที่ให้ประเทศไทยได้รับสิทธิพิเศษสามารถเข้าไปถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 70 เป็นต้น เป็นการขยายโอกาสให้กับนักลงทุนไทย

“วันนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเดินหน้าของกระทรวงพาณิชย์ที่เราได้มีการจัดตั้ง RCEP Center หรือศูนย์ให้บริการข้อมูล RCEP มีการให้บริการ 6 เรื่อง 1.รายละเอียด 2.สติการค้าระหว่างประเทศ 3.อัตราภาษี 4.ถิ่นกำเนิดสินค้า 5.มาตรการการค้าของไทย 6.ระบบติดตามเฝ้าระวัง โดยมีทั้งแบบออฟไลน์ตั้งอยู่ที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และการให้บริการออนไลน์ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.moc.go.th ที่ RCEP Center จะมีข้อมูลการให้บริการ ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญ ชิ้นโบว์แดงชิ้นหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์และของรัฐบาล” นายจุรินทร์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุวัจน์’ ให้กำลังใจผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า เตรียมรับการท่องเที่ยวหลังโควิด
บทความถัดไปประยุทธ์ อ้อมแอ้ม อ้างส่งตัวแทนร่วมฉลองวันกองทัพพม่า เพื่อติดตามเหตุการณ์-ความรุนแรง