หน้าแรก เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิ...

ศูนย์วิจัยกสิกร คาด ช่วงสงกรานต์คนกรุงใช้จ่าย 2.4หมื่นล้านหดตัว4%

2.04.21 | 15:02 น.

ศูนย์วิจัยกสิกร คาด ช่วงสงกรานต์คนกรุงใช้จ่าย 2.4หมื่นล้านหดตัว4%

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้เฉลี่ยต่อคน อาจอยู่ที่ 5,700 บาท จากหยุดยาว 6 วัน ระหว่างวันที่ 10-15 เม.ย. ส่งผลให้การใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ คาดอยู่ที่ 24,000 ล้านบาท หดตัว 4% และไม่กลับมาฟื้นตัวเป็นปกติเมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 62 โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงสังสรรค์รับประทานอาหารมากที่สุด อยู่ที่ 9,795 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนวันหยุดเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ ปรับตัวลดลงทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลเรื่องสถานการณ์โควิด-19 และความเสี่ยงในการไม่มีงานทำหรือภาระค่าครองชีพ สะท้อนแนวโน้มสถานการณ์กำลังซื้อในระยะข้างหน้าจึงยังมีความเปราะบาง ดังนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเวลาและรูปแบบที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงนี้ โดยจากการสำรวจมีสัดส่วน 67% ได้รับสิทธิจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน และมากกว่า 2 ใน 3 ของผู้ได้รับสิทธิ เห็นว่า ปัจจัยด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมีผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์

รายงานข่าวระบุอีกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการทสามารถบริหารจัดการและสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรการด้านสาธารณสุข เช่น การมีระบบสั่งอาหารออนไลน์และรับได้ที่ร้าน จองโต๊ะล่วงหน้า จัดคิวซื้อสินค้า การรักษาความสะอาดในร้าน และเว้นระยะห่างโต๊ะที่นั่ง ควบคู่ไปกับโปรโมชั่นด้านราคา น่าจะมีรายได้เข้ามาช่วยประคองธุรกิจ เนื่องจากผู้บริโภคมีการปรับพฤติกรรมมาซื้ออาหารกลับไปฉลองที่บ้านมากขึ้น และลดเวลาการอยู่นอกบ้าน ส่งผลให้ร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ น่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการฯ รวมถึงการสั่งอาหารผ่านฟู้ดดิลิเวอรี่ สอดคล้องไปกับคนกรุงส่วนใหญ่ เลือกรับประทานอาหารที่บ้าน

“การใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปีนี้ยังคงหดตัวและยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ สอดคล้องไปกับภาพรวมของสถานการณ์ค้าปลีกทั้งปีที่อาจยังไม่ฟื้นตัว ผู้บริโภคจะยังระมัดระวังการใช้จ่าย โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและราคาเป็นหลัก โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังจากมาตรการฯ สิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งจะเป็นโจทย์ท้าทายสำหรับธุรกิจที่จะยังต้องเน้นกลยุทธ์การออกโปรโมชั่นและสร้างการรับรู้ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติม รวมทั้งยังต้องติดตามการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงเวลาที่เหลือของปีต่อไป”รายงานข่าวระบุ