หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าไทย เล็ง...

หอค้าไทย เล็งเสนอรัฐบาล”บิ๊กตู่”ฟื้น10เขตศก.พิเศษ จี้เพิ่มแรงจูงใจดึงทุนนอกเข้าไทย

3.04.21 | 12:38 น.

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหอการค้าไทยชุดใหม่ ครั้งแรกในวันที่ 8 เมษายน จะนำประเด็นการหาแนวทางลดปัญหาการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจไทยในเมียนมา ซึ่งขณะนี้ได้รับการร้องขอจากผู้ประกอบการไทยให้หอการค้าประสานรัฐบาลช่วยเหลือ และประเมินว่าเหตุการณ์ไม่สงบในเมียนมาครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในพม่าโดยตรงไม่น้อยกว่า 4-5 ปี ซึ่งในระยะสั้นผู้ประกอบการเสนอให้รัฐช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สิน โดยการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่กู้ไปลงทุนในเมียนมาจนกว่าจะสามารถดำเนินการได้ปกติ ขณะที่การค้าสินค้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันถือว่ายังไม่ได้สดุดมาก หากยังมีการเปิดด่านส่งของได้อยู่


” เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ผมจะเสนอให้รื้อฟื้นเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ซึ่งมีพื้นที่ถึง 8 แสนไร่ แต่ที่้ผ่านมายังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมอย่างจริงจังต่อเนื่องจากภาครัฐ โดยจะเสนอกระทรวงมหาดไทยที่เดิมมอบผู้ว่าจังหวัดดูแล เป็นการตั้งคณะทำงานดูแลโดยตรงเพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งการเกิดเหตุการณ์ในเมียมนาครั้งนี้ก็จะทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนอยู่แล้วหรือต้องการใช้สิทธิพิเศษพิเศษที่เมียมานได้รับการส่งออกโลก หันมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษฝั่งไทย และเสนอให้ทำเป็นรูปแบบเขตเศรษฐกิจร่วมไทยกับเมียมนา เหมือนอย่างจีนกับเมียมนา หรือที่เรียกกันว่า 1 เขต 2 ประเทศ ต่างชาติหรือคนไทยที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจนี้ก็จะได้สิทธิพิเศษเหมือนการลงทุนในอีอีซี เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในอนาคต หากเกิดเหตุการณ์อะไรอีกก็จะไม่ได้รับผลกระทบจนต้องหยุดผลิตอย่างครั้งนี้ และไม่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ลดปัญหาการโอนเงินข้ามประเทศ และสร้างความมั่นใจกับการลงทุนกับประเทศติดชายแดนไทยด้วย เรื่องนี้ผมก็จะนำเสนอรัฐบาลต่อไปด้วย ซึ่งสามารถใช้เขตเศรษฐกิจนี้เป็นต้นแบบกับการฟื้นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลเคยกำหนดไว้ 10 แห่งให้ฟื้นตัวได้อีกครั้ง ” นายนิยม กล่าว

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า หอจะผลักดันแนวคิดสร้างความร่วมมือด้านลงทุนและการค้าในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที ( เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ไทย) เปลี่ยนจากการเป็นคู่แข่ง มาเป็นพันธมิตรในด้านการผลิตและส่งออกป้อนประเทศที่ 3 เพื่อลดความเสี่ยงและแข่งขันได้ในตลาดโลก อย่างเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานผลิตและนักลงทุนทั่วโลก เข้าไปลงทุนต่อเนื่อง ก็ควรหาพันธมิตรในเวียดนาม ซึ่งไทยยังเด่นในเรื่องแหล่งซัพพลายเชนผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ก็สามารถส่งไปเวียดนามเพื่อประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปและได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี(จีเอสพี)ด้วย หรือ แม้แต่กัมพูชา ที่มีนักลงทุนเข้าไปตั้งฐานผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ยังเป็นประเทศที่ยังได้สิทธิพิเศษทางภาษีนำเข้าทั้งจากสหรัฐและยุโรป อีกทั้งมีแนวคิดให้ธุรกิจคนไทยที่ลงทุนในเวียดนามหรือกลุ่มซีแอลเอ็มวี รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อ ส่งออก และบริหารจัดการในแง่ต่างๆ ก็จะนำแนวคิดเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการหอการค้าไทยชุดใหม่ ครั้งแรกในวันที่ 8 เมษายนนี้ด้วย