‘เอกชน’ ย้ำต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน หวั่นล่าช้ากระทบเปิดประเทศ

‘เอกชน’ ย้ำต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน หวั่นล่าช้ากระทบเปิดประเทศ

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ประชาชนเริ่มกังวลในประสิทธิภาพของวัคซีนรักษาโควิด-19 ว่า การที่ประชาชนมีความกังวลในประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการพัฒนาวัคซีนเพื่อรักษาโควิดในครั้งนี้ เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนจึงทำให้มีการทดลองเพียง 1 ปีเท่านั้น โดยปกติแล้วต้องมีการการพัฒนาประมาณ 10 ปี โดยต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนก่อนจะนำไปใช้จริง จึงทำให้วัคซีนที่ออกมาในช่วงนี้มีความเสี่ยง แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วระหว่างการนำวัคซีนมารักษาประชาชน กับวิจัยต่อไป การนำมาฉีดมาผลด้านลบน้อยกว่า

“ที่ประชาชนกังวลเนื่องจากวัคซีนส่วนใหญ่ที่มีกระแสข่าวออกมาว่า มีคนฉีดแล้วเสียชีวิต หรือมีอาการข้างเคียงต่างๆ ล้วนแต่เป็นวัคซีนที่ประเทศไทยนำเข้ามาทั้งสิ้น แต่หลังจากมีกระแสข่าว ทางรัฐบาลก็ระงับฉีดเพื่อรอผลการตรวจสอบ เมื่อทำการตรวจแล้วผลก็เหมือนเดิมคือฉีดดีกว่าไม่ฉีด ยอมรับว่ากว่าสถานการณ์จะคลี่คลายทุกประเทศรวมถึงไทยคงต้องเจอกับข่าวความกังวลเรื่องวัคซีนอยู่ตลอดแน่นอน ดังนั้น รัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเลือกชนิดของวัคซีนให้เหมาะกับคนฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อไป แต่หากประชาชนกังวลจนไม่อยากฉีดวัคซีนจะกระทบต่อการเปิดประเทศแน่นอน” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการเปิดประเทศ รับบาลจึงเร่งผลักดันให้ฉีดในจังหวัดนำร่องก่อน เริ่มด้วยจังหวัดภูเก็ต ที่จะต้องฉีดให้กับคนทั้งเกาะ ให้ทันก่อนกำหนดเปิดรับนักท่องเที่ยว ในวันที่ 1 กรกฎคมนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบก่อนว่าไม่พบการติดเชื้อจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ในหลายประเทศยังมีการแพร่ระบาดในรอบที่ 3 ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่ประชาชนจะป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง คือ ต้องรักษาระยะห่าง และการ์ดอย่าตก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon