‘ธอส.’ เปิดแผนปี 64 เน้นอุ้มลูกหนี้ที่ถูกโควิดทุบอ่วม กลับมาจ่ายเงินใหม่ได้

‘ธอส.’ เปิดแผนปี 64 เน้นอุ้มลูกหนี้ที่ถูกโควิดทุบอ่วม กลับมาจ่ายเงินใหม่ได้

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธกส.เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 ทั้งมาตรการพักชำระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้ต่อไป จากเดิมลูกค้า ต้องมาปรึกษาธนาคาร เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากไม่สามารถผ่อนขำระตามงวดการจ่ายชำระได้ แต่บทบาทใหม่จากนี้ไป ธอส. จะให้ฝ่ายสินเชื่อประจำสาขานั้น ๆ ไปพบปะหารือกับลูกค้า ช่วยหาทางออกในการชำระหนี้ ตามความสามารถของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ ยังคงมีที่อยู่อาศัยต่อไป

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้จากยอดการปล่อยสินเชื่อทั้งหมดราว 1.2 ล้านล้านบาท กว่า 87 % ยังคงมีความสามารถในการผ่อนชำระและต้องการปลอดหนี้โดยเร็ว ส่วนที่เหลืออีก 15 % หรือคิดเป็นมูลค่าหนี้ 400,000 ล้านบาทนั้น เป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีปัญหาการผ่อนชำระ บางงวดมีความสามารถผ่อนชำระ บางงวดไม่สามารถผ่อนชำระตามกำหนดได้ ดังนั้นธอส.จะเข้าไปช่วยลูกค้ากลุ่มนี้ ว่ามีแนวทางจะช่วยเหลือได้อย่างไรได้บ้าง ซึ่งต้องหามาตรการมาช่วยเหลือทั้งพักหนี้ ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เป็นต้น​ โดยแต่ละรายความต้องการไม่เหมือนกัน ก็ต้องขึ้นอยู่การเจรจากับลูกค้าแต่ละรายด้วย

“ธอส. เป็นธนาคารที่ต้องการช่วยให้คนมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง แต่ธอส. ก็เป็นธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ เมื่อให้กู้ ก็ต้องการเงินกู้และดอกเบี้ยคืน เพื่อนำรายได้ที่ได้ นำไปปล่อยสินเชื่อให้คนที่อยากมีบ้านคนต่อไป ธอส.ไม่ได้เป็นธนาคารแจกเงิน ดังนั้นเมื่อให้กู้ ก็ต้องการเงินคืน เหมือนผู้ให้กู้ทั่วไป” นายฉัตรชัย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการของธอส.ไตรมาส 1 ของปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 46,847 ล้านบาท คิดเป็น 29,945 ล้านบาท ลดลง 10.79% แบ่งเป็นสินเชื่อผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 20,945 ล้านบาท และวงเงินกู้ที่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 26,161 ล้านบาท ส่งผลให้ธอส.ยอดสินเชื่อคงค้างรวม 1.34 ล้านล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 54,857 ล้านบาท คิดเป็น 4.07 % ของยอดสินเชื่อรวม โดยไตรมาสแรกของปีนี้ มีกำไร 3,300 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะมีกำไรเป็นไปตามป้าหมาย 13,000-14,000 ล้านบาท

“ช่วง 9 เดือนที่เหลือ ธอส.จะนำดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาใช้บริการแอปพลิเคชั่นผ่านบัญชีไลน์ ชื่อ GHB Buddy ให้มาก เพราะจะช่วยแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวบัญชีของลูกค้า การใช้แอปฯ GHB ALL จะช่วยประหยัดเวลา ลูกค้าไม่ต้องมาที่สาขา เมื่อนำดิจิทัลมาใช้นั้น จะทำให้ธอส.สามารถลดต้นทุนได้มาก และการลดต้นทุนนั้น ธอส.จะนำไปลดดอกเบี้ยให้กับลูกค้าได้ด้วย” นาย ฉัตรชัย กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon