หมายเหตุ – ภาคเอกชนให้ความเห็นถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 1-2 ที่จบไปเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม และมีข่าวว่าอาจจะมีเฟส 3 ออกมาช่วงเดือนมิถุนายน พร้อมเสนอแนะมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์
รักษาการประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)

โครงการคนละครึ่งทั้งเฟส 1-2 ถือว่าประสบความสำเร็จดี เมื่อประเทศไทยยังไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ทำให้รายได้ในภาคการท่องเที่ยวหดหายไป ก็ต้องกลับมาอาศัยการใช้จ่าย การอุปโภคและบริโภคในประเทศให้มากขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องหามาตรการออกมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะโครงการที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอยต่างๆ ถือว่าเป็นโครงการที่ดี ซึ่งคนละครึ่งทั้ง 2 เฟสที่ออกมา เน้นช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย และกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศด้วย จึงเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี
ส่วนการขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป จึงอยากเห็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศต่อเนื่อง เพื่อให้ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงช่วยให้ประชาชนฐานรากมีกำลังใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ยังประสบปัญหาอยู่
หากเทียบกับต่างประเทศ จะเห็นว่ารัฐบาลในหลายประเทศ ก็มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เพื่อเชื่อมโยงไปยังการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมด้วย อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งอนุมัติวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นวงเงินมหาศาลมาก
ช่วงเดือนเมษายนนี้ ทุกคนคาดหวังว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีการเดินทางเพิ่มมากขึ้น ทั้งการกลับภูมิลำเนา และการท่องเที่ยว จะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจสูงกว่าช่วงเวลาปกติ แต่หลังจากมีข่าวว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ ที่กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ขึ้น อาจทำให้การเดินทางลดลง และการใช้จ่ายไม่ได้มากเท่าที่ประเมินไว้
หากรัฐบาลจะเปิดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ออกมาช่วงเดือนมิถุนายน ไม่น่าจะล่าช้ามากนัก เพราะเมื่อรัฐบาลมีโครงการอะไรออกมา ก็เห็นว่าประชาชนมีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมโครงการมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงมองว่าน่าจะมีแรงส่งกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากเข้าร่วมโครงการ และอยากใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งรัดมากที่สุดในตอนนี้คือ การกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชน เพื่อให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น หากยังไม่มีการฉีดวัคซีนที่มากพอ และล่าช้ากว่าที่กำหนดมาก ทำให้แรงกังวลเรื่องการระบาดยังอยู่ และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น อาจทำให้คนไม่กล้าออกเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงหากประเทศไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การฉีดวัคซีนให้คนในประเทศถือว่าสำคัญมากที่สุด
ข้อเสนอแนะคือ รัฐบาลต้องสนับสนุนภาคการส่งออกต่อไป เนื่องจากมีการประเมินกันว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2564 จะโตเฉลี่ยได้กว่า 5.5% จึงอยากเห็นภาครัฐผลักดันการส่งออกควบคู่กันไปด้วย แม้ภาครัฐจะพยายามกระตุ้นให้เกิดการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก สะท้อนได้จากที่มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตเพียง 3% เท่านั้น หากรัฐบาลหนุนให้ส่งออกฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น จะส่งผลเชื่อมโยงไปกับภาคการผลิต และดึงการจ้างงานกลับมาได้
———
เกรียงไกร เธียรนุกุล
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
จากความสำเร็จของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-2 ที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 1 แสนล้านบาท สมควรเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะจัดทำระยะที่ 3 ต่อ เนื่องจากเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศได้อย่างเห็นผลและชัดเจน โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการรายย่อย หรือหาบเร่ แผงลอย ที่ส่วนใหญ่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากก่อนเข้าร่วมโครงการถึง 30-70% และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ลึกกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเคยจัดทำโครงการธงฟ้าราคาประหยัด ที่ให้ประชาชนซื้อสินค้าราคาถูก แต่สินค้าส่วนมากยังเป็นสินค้าจากผู้ผลิตขนาดใหญ่ ครั้งนั้นจึงไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเท่าที่ควร
ในระยะนี้ หรือจนกว่าจะมีการฉีดวัคซีนรักษาโควิด-19 ครบตามจำนวนประชากรในประเทศ รัฐบาลควรผลักดันโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง ควรเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด มีกระแสข่าวว่าโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 อาจออกมาใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ ก็ไม่ถือว่าช้าไป ดีกว่าไม่ดำเนินการอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการฉีควัคซีน เพื่อรองรับการเปิดประเทศ และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอีกด้วย
นอกจากมาตรการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากแล้ว รัฐต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยโดยเฉพาะมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีการปรับปรุงเพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น จากครั้งก่อนที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากติดเงื่อนไขหลายอย่าง แต่ครั้งนี้ ธปท. ปรับเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้มากขึ้น แต่ต้องติดตามต่อไปว่าจะได้ผล อย่างที่ภาครัฐและภาคเอกชนหวังไว้หรือไม่
ขอย้ำว่ารัฐต้องไม่หยุดออกโครงการและมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะเรื่องการ กระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งภาคที่ได้รับผลกระทบที่สุด และยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง คือ ภาคการท่องเที่ยวและบริการที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ
แม้รัฐบาลจะออกโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มากระตุ้นการท่องเที่ยวแล้ว แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังไม่กล้าออกมาใช้จ่ายเท่าที่ควร รัฐต้องหามาตรการหรือโครงการต่างๆ มารองรับในส่วนนี้ด้วย
แต่ในภาพรวมคาดว่าเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นปกติได้ต้องใช้เวลาเข็นประมาณ 2 ปี หรือประมาณปี 2565 ดังนั้น รัฐจึงต้องคงโครงการต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ต่อไปก่อน
จุลนิตย์ วังวิวัฒน์
ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่
จากข้อมูลที่ได้จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งต่างระบุว่า ได้ประโยชน์พอสมควร ทั้งเฟส 1 และ 2 ที่เพิ่งจบไปเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากธุรกิจต่างๆ เฉลี่ย 9-10% หรือภาพรวมทั้งหมดเฉลี่ย 17-20% ถือว่าดีมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ เรียกว่ารัฐมาถูกทางที่ทำให้เกิดโครงการนี้ ที่สำคัญคือให้ธุรกิจในกลุ่มเอสเอ็มอี และระดับล่างเท่านั้นร่วมโครงการ ทำให้มีเงินหมุน
ผมเห็นด้วยที่จะขยายโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพราะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจจำเป็นต้องทำต่อเนื่อง ขอให้เน้นไปที่ธุรกิจระดับกลางและระดับล่าง ให้เกิดการหมุนเวียนในระดับชุมชน ถึงจะเริ่มในเดือนมิถุนายน ก็ไม่ช้าไป แต่ขอให้ทำโครงการต่อไป
โครงการนี้ถือว่าเดินมาถูกทาง เพราะมีการนำระบบไอที และดิจิทัลมาช่วย แต่ควรจะมีแผนสอง เพราะยังมีคนที่เข้าไม่ถึงไอที ตรงนี้จะเยียวยาอย่างไร ดังนั้น รัฐควรทำทั้งสองด้าน เพราะคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนมีมาก ขอให้ทำต่อเนื่องเพราะมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่มจริงๆ
ผมอยากเห็นทุกภาคส่วนจับมือหารือกัน เพราะแต่ละส่วนธุรกิจมีปัญหาไม่เหมือนกัน ความต้องการความช่วยเหลือต่างกัน เข้าใจว่ารัฐมีข้อจำกัด แต่ทีมเศรษฐกิจของรัฐต้องมีทีมสำรวจลงลึกสู่ปัญหาให้มากกว่านี้ เพื่อรับรู้รับทราบความต้องการและปัญหาที่แท้จริง
———
เอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ความสำเร็จจากโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่เพิ่งจบไปเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี มีการใช้จ่ายเพิ่ม มีเงินหมุนเวียนในร้านค้า ร้านของชำ หาบเร่ รถเข็น แผงลอยในชุมชน มากขึ้น เนื่องจาก ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งพนักงานบริษัทเอกชน ผู้มีรายได้น้อย ได้รับสิทธิ
ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีโครงการเฟส 3 เดือนมิถุนายนนั้น คิดว่า ช้าเกินไปในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวกันมาก หากมีโครงการเฟส 3 ต่อเนื่อง จะช่วยมีการใช้จ่ายตามแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทุกโครงการที่รัฐบาล ออกมา ทั้งโครงการคนละครึ่ง และโครงการเราชนะ
ที่ผ่านมา ไม่สอดคล้องสถานการณ์ ที่ประชาชนต้องการใช้จ่าย เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ไม่มีการประสาน วางแผนร่วมกัน ว่าควรมีมาตรการต่อเนื่องอย่างไรในอนาคต จึงถูกตำหนิว่าแจกเงินก็ยังถูกด่า
———
ศักดิ์ชาย ผลพานิชย์
ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

โครงการคนละครึ่ง ของรัฐบาลที่ผลักดันออกมาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ทั้ง เฟส 1
และ 2 ถือว่าเป็นโครงการที่ดี มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ และช่วยรักษาระดับกับทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับสิทธิเงินเยียวยาผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังจำนวนมาก เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้จริง
อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยระดับไมโคร โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย รวมถึงผู้ผลิต ตลอดห่วงโซ่อุปทาน มีรายได้เพิ่มขึ้น จากโครงการนี้ จึงเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าได้จริง และช่วยกระจายรายได้อย่างมาก ทำให้ประชาชนกล้าออกมาใช้เงินจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
ส่วนการให้มีคนละครึ่ง เฟส 3 ออกมาต่อเนื่องนั้น ต้องรอดูผลการศึกษาผลการประเมินเฟส 2 ของกระทรวงการคลังก่อนว่าจะออกมาในรูปแบบไหน และครอบคลุมมากน้อยเพียงใด ซึ่งที่ผ่านมาทั้งเฟส 1 และ 2 ค่อนข้างครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังติดปัญหาเรื่องการลงทะเบียน ที่บางกลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมได้ เพราะคนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมได้สำเร็จจะมีความรู้
เรื่องเทคโนโลยี ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับสิทธิ ทั้งๆ ที่มีรายได้น้อยและมีความเดือดร้อนจริง จึงอยากให้รัฐบาลหาวิธีการแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย
รวมถึงควรศึกษาประเมินผลโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อออกเฟส 3 มาให้ได้โดยเร็ว ไม่ควรปล่อยยาวไปถึงเดือนมิถุนายนจะขาดความต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ดี

