‘ยูเอซี’ จับมือ 4 วิสาหกิจชุมชน ทุ่มกว่า 2 พันล้านบาท เดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชน
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือUAC เปิดเผยถึงกรณีร่างระเบียบรับซื้อโรงไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก(โครงการนำร่อง) ว่าหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2564 ซึ่งพร้อมประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์คุณสมบัติ ได้มีการส่งบริษัท ยูเอซี ท็อป เอนเนอร์ยี่ (UAC Top Energy) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ลงนามความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ จำนวน 4 แห่ง เพื่อให้สอดรับกับเงื่อนไขของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการให้บริษัทผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) จะต้องร่วมทุนกับวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยวิสาหกิจชุมชนและต้องมีข้อกำหนดการร่วมทุนระหว่างผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก ในสัดส่วน 90% และวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในสัดส่วน 10%
นายชัชพล กล่าวว่า นอกจากนี้ การจัดหาเชื้อเพลิงจะต้องมีสัญญารับซื้อเชื้อเพลิงในราคาประกันกับวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ซึ่งปริมาณการรับซื้อพืชพลังงานที่จะนำมาใช้ต้องได้มาจากการปลูกโดยวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน หรือเกษตรกรบริเวณใกล้เคียงอย่างน้อย 80% และผู้ประกอบการสามารถจัดหาเองได้ไม่เกิน 20% ซึ่งจากแผนดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน แต่ต้องยอมรับว่าการประมูลมีการแข่งขันสูง เนื่องจากรัฐเปิดรับซื้อนำร่องเพียง 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 75 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 75 เมกะวัตต์เท่านั้น
“บริษัทฯ มีความพร้อมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานจากก๊าซชีวภาพมากว่า 10 ปี และยังมีโรงไฟฟ้าต้นแบบอยู่ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นตัวนำร่อง จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนในครั้งนี้ โดยวางแผนจะยื่นประมูล 5 โครงการ รวมถึงโครงการในจังหวัดขอนแก่นที่กำลังดำเนินการกอสร้าง เฉลี่ยโครงการละ 3 เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น 15 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ หรือเงินลงทุนรวมประมาณ 1,500 – 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ บริษัทฯเตรียมความพร้อมทางด้านการเงิน เพื่อรองรับการเข้าประมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายชัชพล กล่าว

