นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมีนาคม 2564 หดตัวน้อยลง สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลง และเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แรงหนุนจากมาตรการรัฐช่วยลดค่าครองชีพ ทำให้เงินเฟ้อมีนาคม 2564 ลดลง 0.08 % หดตัวน้อยที่สุดในรอบ 13 เดือน สาเหตุจากสินค้าในกลุ่มพลังงานกลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 14 เดือน โดยสูงขึ้น 1.35% ตามราคาตลาดโลกสูงขึ้น รวมทั้ง น้ำมันพืช และเนื้อสุกรราคาสูง โดยเนื้อสุกรปรับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ จากต้นทุนป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาเพิ่มขึ้น ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน(หักอาหารสดและพลังงาน)ขยายตัว0.09% ทำให้ไตรมาสแรก ปี 2564 เงินเฟ้อทั่วไป ลดลง 0.53% และเงินเฟ้อพื้นฐาน สูงขึ้น 0.12 % แม้เงินเฟ้อเดือนมีนาคมจะยังติดลบต่อ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะเงินฝืด เนื่องจากราคาสินค้าทั่วไปมีปรับสูงขึ้นอยู่และสูงกว่าราคาปรับลดลง โดยมีนาคมราคาสินค้าสูงขึ้น 216 รายการ ลดลง 148 รายการและไม่เปลี่ยนแปลง 66 รายการ
“ จากเงินเฟ้อที่ติดลบลดลงมาก และทิศทางเงินเฟ้อจะเป็นขาขึ้น เนื่องจากมาตรการลดค่าครองชีพจะหมดลง ทั้งค่าประปา ค่าไฟฟ้า มาตรการเยียวยาบางกลุ่ม ที่สำคัญคือราคาน้ำมันแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นจากนี้ แต่จะสูงมากหรือน้อยขึ้นกับฐานปีก่อนและราคาโลกที่ปรับขึ้นในปีนี้ ส่วนราคาสินค้าทั่วไปที่ต้องจับตาคือสินค้าเกษตรที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม และการต่อมาตรการของภาครัฐ จึงทำให้สนค.ได้ปรับสมมุติฐานคาดการณ์เงินเฟ้อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต โดยคงกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีที่ 0.7-1.7% แต่ค่ากลางอยู่ที่ 1.2% . ใกล้เคียงเดิม แต่ปรับสมมุติฐานใหม่ คือ จีดีพีโต 2.5-35 % จากเดิมอิงตัวเลขโต 3.5-4.5% ราคาน้ำมันดิบโลก 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เงินบาท 29-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิม 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ” นายวิชานัน กล่าว
นายวิชานัน กล่าวต่อว่า แนวโน้มเงินเฟ้อ ไตรมาส 2/2564 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นแรงหากเปรียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง การฉีดวัคซีนที่ขยายวงกว้างมากขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยวโดยกำหนดให้มีวันหยุดเพิ่มเติม การเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศในระยะต่อไป นอกจากนี้ ราคาพลังงานโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ และอุปสงค์ด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับฐานราคาที่ต่ำในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าเกษตร ยังมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

