หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘เอ็กโซติค ฟู...

‘เอ็กโซติค ฟู้ด’ อวดแผนขยายตลาดยุโรป-จีนผ่านฉลุย ย้ำเป้า 64 กำไรโต 20-25%

5.04.21 | 14:20 น.

 


‘เอ็กโซติค ฟู้ด’ อวดแผนขยายตลาดยุโรป-จีนผ่านฉลุย ย้ำเป้า 64 กำไรโต 20-25%

นายจิตติพร จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ส่งออกซอสปรุงรสและเครื่องแกงเครื่องประกอบอาหารไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมในปี 2564 มั่นใจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 10-15% และกำไรเติบโต 20-25% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2563 เพราะกลยุทธ์การขยายตลาดสามารถเดินหน้าตามแผน และมีความคืบหน้าแผนการลงทุนจ่ายค่าแรกเข้า (Listing fee) เพื่อเพิ่มพื้นที่ขาย ขยายจุดค้าปลีก ในกลุ่ม Top5 ของประเทศนั้นๆ โดยเริ่มจากตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท หรือมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 80% เพื่อให้สินค้าของบริษัทมีการกระจายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

นายจิตติพรกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินการพูดคุยกับลูกค้ารายหลักที่ยุโรปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีสาขาที่วางขายเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกหลายเท่าตัว ส่วนตลาดจีน เป็นอีกตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญ และได้เริ่มนำสินค้าเข้าไปขายในจีนได้เพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าจะได้เห็นการเติบโตในสินค้ากลุ่มซอส ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มหลักของบริษัทมีสัดส่วน 80% ของยอดขายทั้งหมด รวมถึงบริษัทได้รับปัจจัยบวกจากการคิดสูตรผสมซอสกัญชงแล้วเสร็จ และศึกษาตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รอเพียงกฎหมายไทยอนุมัติเท่านั้น ก็จะสามารถปรับสูตรตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเพียง 2-4 อาทิตย์ และส่งให้ลูกค้าพิจารณา โดยคาดว่าหลังจากลูกค้ายืนยันสูตรต่างๆ แล้วเสร็จ จะใช้เวลา 6-8 อาทิตย์ ในการผลิตและส่งออกได้ทันที พร้อมบุกตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรปซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัท สนับสนุนอัตรากำไรให้โดดเด่นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 1/2564 ภาพรวมธุรกิจซอสปรุงรส ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มหลักของบริษัท มียอดคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1/2563 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอส่งออก แม้จะล่าช้ากว่าคาดเล็กน้อย จากปัญหาขาดแคลนเรือส่งออก ทำให้มีบางออเดอร์เลื่อนส่งมอบไปในไตรมาส 2/2564 แต่บริษัทไม่ได้กังวลเนื่องจากยังสามารถเติบโตได้ตามแผน

Advertisement

“ความต้องการซอสปรุงรสในการประกอบอาหารมีการขยายตัวต่อเนื่องนับจากปี 2563 จากคำสั่งซื้อของลูกค้าและจำนวนพื้นที่ขายที่เพิ่มขึ้น หนุนอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 60% ทําให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นสูง และซอสกัญชง เป็นอีกไลน์สินค้าใหม่รับเทรนด์โลก จึงมั่นใจแม้ว่าจะเกิดปัญหาส่งออกล่าช้า แต่บริษัทฯ ยังคงมั่นใจสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น และยังคงเป้าหมายการเติบโตตามแผนเดิมที่วางไว้” นายจิตติพรกล่าว