หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.สอท.จี้ รบ...

ปธ.สอท.จี้ รบ.จัดฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% เร่งมาตรการเยียวยาต่อเนื่อง

18.04.21 | 09:48 น.

ปธ.สอท.จี้ รบ.จัดฉีดวัคซีนครอบคลุม 70% เร่งมาตรการเยียวยาต่อเนื่อง

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีกำหนดการประชุม เพื่อหารือในส่วนของมาตรการรับมือผลกระทบในการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ขณะนี้เอกชนยังขอประเมินสถานการณ์การระบาดไวรัสก่อน ว่าจะรุนแรงแค่ไหน หลังจากนั้นจะพิจารณาข้อเสนอถึงรัฐบาลอีกครั้ง มองว่าสิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการมากที่สุดคือ การนำเข้าวัคซีนต้านไวรัส และการจัดทำแผนฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ ต้องกำหนดระยะเวลา พื้นที่ และกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน รวมถึงเตรียมพร้อมในส่วนของอุปกรณ์ บุคลากร และโรงพยาบาลในการระดมฉีดวัคซีนด้วย

ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากเกิดการระบาดรอบใหม่นี้ รัฐบาลควรเร่งต่ออายุมาตรการเยียวยาประชาชนที่กำลังหมดลง อาทิ คนละครึ่ง เราชนะ ม33เรารักกัน เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องลดภาระให้กับประชาชนต่อ

“สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาระยะยาว คือ รัฐบาลต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด และให้จัดหาวัคซีนให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรในประเทศ เร่งฉีดให้ได้ภายในไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) และภายในไตรมาส 3 (กรกฎาคม-กันยายน 2564) ต้องครอบคลุมประชากรคนไทยทั้งประเทศไม่น้อยกว่า 70% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความเชื่อมั่น และรองรับการเปิดประเทศ เนื่องจากขณะนี้หลายประเทศที่เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้ว ได้เริ่มเฉลิมฉลองการเปิดประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศกันแล้ว ทำให้หากยิ่งฉีดวัคซีนได้เร็ว ก็ยิ่งเปิดประเทศได้เร็ว เศรษฐกิจก็จะฟื้นกลับมาได้เร็วตาม” นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการคุมการระบาดโควิดที่รัฐประกาศออกมา และยืนยันว่าจะไม่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวนั้น ถือว่าเป็นผลดี ไม่สร้างความผิดหวังให้กับภาคเอกชน การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้นในระลอกที่ 3 ถือว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เป็นการเคอร์ฟิวไปในตัวอยู่แล้ว เนื่องจากประชาชนมีความกังวลและตื่นกลัวมากกว่าครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้อยู่บ้านมากขึ้น ป้องกันตัวเองมากขึ้น อีกทั้งเมื่อสถานบันเทิงปิด ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารปิดเร็วขึ้น ประชาชนก็ไม่รู้จะออกไปที่ใดในช่วงเวลากลางคืน อยากให้รัฐบาลประเมินในเชิงลึกทุกๆ 3 วัน หากสถานการณ์ยังรุนแรงต่อไป อยากให้พิจารณามาตรการออกมาเพิ่มเติมอีก แบบไม่ต้องรอถึง 14 วัน

นายสุพันธุ์กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดง 18 จังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นครปฐม ปทุมธานี ระยอง สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลัก รวมถึงเป็นพื้นที่ในภาคการผลิตหลักๆ ด้วยนั้น ประเมินว่าผลกระทบจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการชะลอตัวลงของการบริโภค อุปโภค และการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากคนกังวลติดเชื้อโควิด ก็พยายามอยู่บ้านให้ได้มากที่สุด

Advertisement

“ตอนนี้ต้องดูว่าตามที่รัฐบาลประกาศให้ประชาชนทั่วไปจองฉีดวัคซีนในวันที่ 1 พฤษภาคมนั้น จะชัดเจนอย่างไร รวมทั้งประกาศนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็น 8 ชนิด อยากให้แจ้งให้ชัดว่าจะนำเข้ามาเพิ่มได้ภายในช่วงไหน ปริมาณเท่าไร แล้วเริ่มฉีดเมื่อไร เพราะปริมาณที่มีอยู่ในขณะนี้ เกรงว่าจะไม่เพียงพอต่อการฉีดให้ประชาชน” นายสุพันธุ์กล่าว