‘อินทัช-แอดวานซ์-ไทยคม’ บวกยกแผง รับ ‘กัลฟ์’ เล็งซื้อหุ้นเพิ่ม โบรกมองผู้ถือหุ้นรายย่อยกำไรสุด

‘อินทัช-แอดวานซ์-ไทยคม’ บวกยกแผง รับ ‘กัลฟ์’ เล็งซื้อหุ้นเพิ่ม โบรกมองผู้ถือหุ้นรายย่อยกำไรสุด

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีบริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข เพื่อซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในราคา 65 บาทต่อหุ้น ซึ่งน้ำหนักหุ้นที่มากขึ้น จะทำให้กัลฟ์มีอำนาจสามารถควบคุมบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ได้ในทันทีนั้น เบื้องต้นประเมินว่าผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำการซื้อขาย (ดีล) หุ้นขนาดใหญ่ครั้งนี้คือ ผู้ถือหุ้นรายย่อยของอินทัช แม้ว่าการซื้อขายจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาตอบรับการซื้อขายดังกล่าวแล้ว ส่วนหากการซื้อขายสำเร็จ ก็เท่ากับว่า ราคาหุ้นอินทัชจะมีจุดต่ำสุดที่ 65 บาทต่อหุ้นเท่านั้น หรือหากผู้ถือหุ้นอย่างสิงเทลและเทมาเส็ก ไม่อนุมัติให้ขายและพยายามดันให้ราคาหุ้นขึ้นต่อไปนั้น ผู้ได้ประโยชน์ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยอยู่ดี จึงมองว่าการซื้อขายครั้งนี้เป็นผลดีกับหุ้นอินทัช

“ผลจากการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ของกัลฟ์และอินทัช ต่อน้ำหนักและภาพรวมตลาด ในระยะสั้นมีมุมมองที่ดีขึ้น จากเดิมที่มองว่าหุ้นกลุ่มสื่อสารยังมีภาพเป็นลบ เนื่องจากหากการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้นได้ จะส่งผลให้เกิดการปลดล็อกมูลค่าหุ้นของหุ้นในกลุ่มอินทัช จึงมองเป็นลบน้อยลง โดยหากมองในแง่การแข่งขันของหุ้นกลุ่มสื่อสาร มองว่าไม่น่าจะเปลี่ยนรูปไปมากนัก เพราะผู้เล่นในตลาดมีเท่าเดิม ทำให้หากการซื้อขายหุ้นครั้งนี้สำเร็จ ก็ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันแบบมีนัยยะสำคัญ” นายพิสุทธิ์ กล่าว

นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า หากประเมินหุ้นกลุ่มสื่อสารในภาพรวม แบบไม่มีการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้น มองว่าความน่าสนใจมีน้อย เพราะปีนี้กำไรยังถูกกดดันจากการฟื้นตัวของความต้องการ (ดีมานด์) การแข่งขัน ค่าใช้จ่ายในการซื้อใบอนุญาตที่ยังสูงอยู่ และต้นทุนในการลงทุนโครงข่าย 5จี ทำให้หุ้นกลุ่มนี้โดดเด่นน้อย เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยหุ้นที่แนะนำมีเพียง 1 ตัวจากทั้งกลุ่มคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือดีไอเอฟ (DIF) ส่วนหุ้นตัวอื่นๆ แนะนำให้ถือหรือขายออกเท่านั้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกัลฟ์ ราคาอยู่ที่ระดับ 31.75 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลดลง 1 บาท หรือ 3.05% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.1 พันล้านบาท
หุ้นอินทัช ราคาอยู่ที่ระดับ 63.25 บาทต่อหุ้น ปรับตัวขึ้น 4.75 บาท หรือ 8.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.86 พันล้านบาท
หุ้นแอดวานซ์ ราคาอยู่ที่ระดับ 167 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลดลง 1 บาท หรือ 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.08 พันล้านบาท
หุ้นไทยคม ราคาอยู่ที่ระดับ 9.90 บาท ปรับตัวขึ้น 0.65 บาท หรือ 7.03% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.01 พันล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เริ่มแล้ว! ล็อกดาวน์นิวเดลีสกัดโควิด ติดเชื้อรายวันพุ่งกว่า 2.5 แสน
บทความถัดไปไบเดนรับศึกหนัก ผู้อพยพเด็กชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกพุ่ง 9 เท่า