กกร.จี้ “บิ๊กตู่” อัดฉีดศก. 2.5 แสนล. – เร่งจัดหา ฉีดวัคซีนโควิด-19 หากไม่ทำจีดีพีเหลือ 0% แน่!!
เมื่อวันที่ 21 เมษายน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จัดประชุมประจำเดือนเมษายน ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทย และแนวทางการจัดการวัคซีนโควิด-19

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท. ในฐานะประธานกกร. กล่าวว่า ที่ประชุมกกร.มีความเห็นร่วมกันว่าเวลานี้สิ่งที่้จำเป็นที่สุดสำหรับประเทศไทยคือ วัคซีนโควิด-19 เพราะจะช่วยภูมิคุ้มกันให้ประชาชน สร้างความเชื่อมั่น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยทั้งการด้านการใช้ การลงทุน และการท่องเที่ยว ดังนั้นอยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งนำเข้าวัคซีนให้เพียงพอและกระจายประชาชนให้ทั่วถึง ล่าสุดได้จัดตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขึ้น โดยจะมีการหารือในรายละเอียดสัปดาห์หน้า เพื่อจัดทำข้อมูลส่งรัฐบาลต่อไป
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า 4 ข้อเสนอ ประกอบด้วย 1. คณะแก้ไขปัญหาการกระจายและฉีดวัคซีน โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในเรื่องโลจิสติกส์การขนส่งและสถานที่ในการฉีด 2. คณะสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน 3. คณะสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่างๆ ในขั้นตอนการฉีดทั้งหมด ตลอดจนการจัดทำระบบวัคซีน พาสปอร์ต เพื่อใช้แสดงในการเดินทาง 4. คณะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ปัจจุบันมีผู้ซื้อแสดงความจำนงมาแล้วกว่า 5 ล้านโดสแล้ว ล่าสุดรัฐบาลโดยคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตอบรับข้อเสนอแล้วจะจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 2-3 ยี่ห้อ จำนวน 35 ล้านโดส จำนวนนี้ให้เอกชน 10-15 ล้านโดส เพื่อลดงบประมาณรัฐนั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เอกชนพร้อมดำเนินการ
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า การระบาดโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน กกร.ได้ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยพบว่าจะเกิดผลกระทบอย่างน้อย 3 เดือน และอาจกระทบต่อแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศจนต้องเลื่อนออกไปก่อน รวมทั้งกระทบกำลังซื้อของแรงงานในภาคบริการที่โดนหยุดงานหรือลดชั่วโมงการทำงานลง ดังนั้นรัฐจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินที่มีประมาณ 2-2.5 แสนล้านบาทเข้ามาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งฉีดวัคซีนโดยเร็ว หากไม่ดำเนินการตามนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะถดถอยเหลือ 0% หรือไม่เติบโตเลย โดยกกร.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(จีดีพี) ปี 2564 จะเติบโต 1.5-3.0% จากเดิมต้นปีคาดว่าจะเติบโต1.5-3.5% ขณะที่กรอบเงินเฟ้อคาดอยู่ที่ 1.0-1.2% เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 0.8-1.0% ส่วนตัวเลขส่งออกปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 4-6% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 3-5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเริ่มมีทิศทางฟ้ืนตัวขึ้นชัดเจน

