ไพร์ซวอเตอร์เฮาส์เผยผลสำรวจพบธนาคารส่วนใหญ่กังวลถูกฟินเทคแย่งลูกค้ารายย่อย

นายบุญเลิศ กมลชนกกุล หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชีและหัวหน้าสายงานธุรกิจการเงินและการธนาคาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายงาน Customers in the spotlight: How FinTech is reshaping banking ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและเทคโนโลยีจำนวน 163 รายจาก 46 ประเทศว่า หลังจากที่กระแสเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน หรือ ‘ฟินเทค’ เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมทางการเงินทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการธนาคารพาณิชย์กังวลว่าจะเสียฐานลูกค้ารายย่อยให้แก่ธุรกิจฟินเทค โดย 73% ของผู้บริหารเชื่อว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า สายงานธุรกิจเพื่อลูกค้ารายย่อยเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวและได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเข้ามาของฟินเทค ทั้งนี้สาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟินเทคสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยได้ดีกว่าธนาคาร เพราะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินให้แก่ลูกค้าได้โดยตรง

นายบุญเลิศ กล่าวต่อว่า จากแนวโน้มการเข้ามาของฟินเทคทำให้ธนาคารต่างๆ เริ่มปรับรูปแบบและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ โดยหันมาเป็นพันธมิตรกับธุรกิจฟินเทคมากขึ้น โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการธนาคารถึง 42% จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน เพื่อลงทุนในบริษัทฟินเทค ทั้งนี้ แม้ธุรกิจฟินเทคจะมีจุดแข็งด้านการพัฒนานวัตกรรมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงเชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแบบไร้รอยต่อ แต่ยังขาดระบบการรักษาความปลอดภัยด้านไอที ความเข้าใจด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแล การได้มาซึ่งแหล่งเงินทุน ขณะที่ธนาคารมีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่เพียบพร้อมกว่า ซึ่งหากทั้งสองกลุ่มธุรกิจนี้หันมาร่วมมือกันก็จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทั้งสองฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายบุญเลิศกล่าวว่า ผลสำรวจระบุว่า 71% ของผู้บริหารยังประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ลูกค้ากว่า 60% จะหันมาใช้บริการทางการเงินผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถืออย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และมากกว่า 90% คาดว่าอัตราการเติบโตของการใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือในกลุ่มแบงก์จะสูงกว่าธุรกิจบริการทางการเงินประเภทอื่นๆ และธนาคารต้องนำโซลูชั่นใหม่ๆ มาใช้ในการปรับปรุงและลดความซับซ้อนของการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงเพิ่มช่องทางบริการใหม่ๆ เช่น บริการทางการเงินบนมือแบบครบวงจร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะหันมาใช้บริการทางการเงินผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือมากขึ้น ยิ่งทำให้แบงก์ต้องหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม พร้อมทั้งดูแลระบบรักษาความปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้ ควรดึงผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาช่วยตรวจสอบระบบงานต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง หากแบงก์ไหนสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้มากกว่า ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เป้ย ปานวาด’น้ำตาคลอรับครอบครัวมีปัญหา แต่เคลียร์แล้ว เชื่อทุกอย่างกำลังดีขึ้น
บทความถัดไปรองอธิบดีอุทยานฯชี้อย่ากังวล “อนาคอนดา” ห่วงเหลือมหลามดีกว่า “กู้ภัย” จับแล้วเอาไปทิ้งไหน