หน้าแรก เศรษฐกิจ “รักษ์” กรรมก...

“รักษ์” กรรมการผู้จัดการคนใหม่ เอกซิม แบงก์ ชู นโยบาย เร่ง “ซ่อม สร้าง เสริม” ผู้ส่งออก ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

21.04.21 | 16:58 น.

“รักษ์” กรรมการผู้จัดการคนใหม่ เอกซิม แบงก์ ชู นโยบาย เร่ง “ซ่อม สร้าง เสริม” ผู้ส่งออก ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นาย รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอกซิม แบงก์) กล่าวถึงนโยบาย และบทบาทของ เอกซิม แบงก์ ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า
เศรษฐกิจไทยปี 2564 มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าภายในประเทศยังเปราะบางและการท่องเที่ยวยังไม่มีทีท่าจะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน การฟื้นตัวของภาคการส่งออกจึงเป็นความหวังในระยะสั้น แต่การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออกเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวยังติดขัดปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ

เศรษฐกิจและการส่งออกของไทยเปรียบเสมือนรถยนต์ที่กำลัง “ติดหล่ม” รวมทั้งยังถูกกดดันจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี การเกิดโควิด-19 สงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้นถึงเวลาแล้ว เอกซิม แบงก์ ต้องทำหน้าที่ “เครื่องยนต์รุ่นใหม่” ผลักดันให้ประเทศไทยหลุดจากภาวะติดหล่มข้างต้น โดยใช้นโยบาย “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (Thailand Development Bank)” ควบคู่กับการเป็น “ศูนย์บริการครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศให้แก่ เอสเอ็มอี (One Stop Trading Facilitator for SMEs)”

นาย รักษ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักของ เอกซิม แบงก์ ในปี 2564 ได้แก่ การเร่ง “ซ่อม สร้าง เสริม” การพัฒนาประเทศไทย
ได้แก่ 1.การเร่ง ซ่อม คือ ประคับประคองผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่ประสบวิกฤต และ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เช่น เทคโนโลยีด้านสุขภาพ รถยนต์ไฟฟ้า) เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมขนานใหญ่

Advertisement

2.การเร่ง สร้าง ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายกลางและรายใหญ่ ทำให้ ห่วงโซ่อุปทานภาคส่งออกไทยแข็งแกร่งและเชื่อมโยงกับการลงทุนภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป็นสะพานเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สร้างผู้ส่งออกขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายใหม่ให้ส่งออกได้และแข็งแรงขึ้น เพื่อให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าในระยะถัดไป สนับสนุนซัพพลายเออร์และผู้ประกอบการทั้งหมดใน ห่วงโซ่อุปทานการส่งออกสร้างช่องทางนำสินค้าไทยสู่ตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของโลก

3.การเร่ง เสริม ศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยในตลาดหลักและตลาดใหม่ อย่างสมดุล สนับสนุนให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ โดยเฉพาะประเทศที่ธุรกิจไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นของโครงการลงทุน ป้องกันความเสี่ยง พร้อมเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทย

“ผมตั้งใจเข้ามาทำหน้าที่นายธนาคารยุคใหม่เพื่อการพัฒนา เดินหน้าปรับเปลี่ยน เอกซิม แบงก์ ขนานใหญ่ให้สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และเป็นกลไกให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ให้ปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคใหม่ได้ เส้นทางใหม่ของ เอกซิม แบงก์ ครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะ ‘ฝันให้ใหญ่’ สู่การเป็น ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย แล้ว ‘ไปให้ไกล’ สู่ ตลาดหลักและตลาดใหม่ โดย ‘ไม่ทิ้งคนตัวเล็ก’ หรือ เอสเอ็มอี เพราะทุกภาคส่วนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงประเทศ” นายรักษ์ กล่าว