หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ฮั่วเซ่งเฮง’...

‘ฮั่วเซ่งเฮง’ ชี้ทองคำมุ่งหน้าสู่ขาขึ้น หลังราคาพุ่งร้อนแรง แต่ตัดหวังไม่เห็นแตะ 3 หมื่นบาทแน่

23.04.21 | 09:21 น.

‘ฮั่วเซ่งเฮง’ ชี้ทองคำมุ่งหน้าสู่ขาขึ้น หลังราคาพุ่งร้อนแรง แต่ตัดหวังไม่เห็นแตะ 3 หมื่นบาทแน่

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดทองคำ เริ่มเห็นการปรับราคาขึ้นที่ร้อนแรงกว่าช่วง 3 เดือนแรก ที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองคำไทยสามารถปรับขึ้นมายืนเหนือบริเวณ 27,000 บาทต่อบาททองคำได้แล้ว ทำให้ประเมินว่า ทองคำเริ่มหันกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากทยอยปรับราคาลดลงในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุเพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีล) ของสหรัฐอเมริกา ได้ปรับระดับสูงขึ้นมามากแล้ว ประกอบกับเกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย หลังจากสหรัฐเปิดเผยว่า รัสเซียได้ทำการแทรกแซงการเลือกตั้งและแฮกข้อมูลในสหรัฐ ทำให้สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย จนเกิดการตอบโต้กันไปมาระหว่างทั้ง 2 ประเทศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ตลาดตอบรับความเสี่ยงผ่านการเข้าซื้อทองคำมากขึ้น จึงเห็นราคาทองคำทยอยปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ที่ผ่านมา ส่วนโอกาสที่จะเห็นการปรับราคาขึ้นสูงๆ เหมือนช่วงปี 2563 ซึ่งขึ้นไปแตะระดับ 30,400 บาทต่อบาททองคำหรือไม่นั้น ขณะนี้มองว่ายังไม่มีโอกาสได้เห็น


“มองการปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้ ถือว่ามีแนวโน้มขึ้นได้อย่างจำกัด แต่ก็ยังอยู่ในขาขึ้นได้อยู่ ส่วนจะเป็นขาขึ้นในระยะสั้นหรือยาวมากเท่าใดนั้น ต้องประเมินปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยสนับสนุนก่อน โดยให้แนวต้านสำคัญของราคาทองคำสปอต อยู่ที่ 1,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งหากผ่านไปได้ จะมีแนวต้านระยะถัดไปที่ 1,815 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยเริ่มเห็นราคาทองคำสปอตในช่วงที่ผ่านมา ปรับระดับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือนด้วย” นายธนรัชต์ กล่าว

นายธนรัชต์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นหลักๆ ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ ที่จะปรับขึ้นมากหรือน้อยเท่าใด เพราะการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อาจสนับสนุนความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นได้ การปรับลดลงของสกุลเงินบิทคอยน์ และการระบาดโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชีย ที่เห็นภาพการกระจายของเชื้อเพิ่มขึ้นหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน และพบจำนวนผู้เสียชีวิตสะสม ประมาณ 3 แสนรายแล้ว ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่เกิดการระบาดโควิดขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ราคาปรับลดลงแรง หรือถูกกระแทกลงมากนั้น ขณะนี้ประเมินว่ายังไม่มี