หน้าแรก เศรษฐกิจ โควิดระลอก 3 ...

โควิดระลอก 3 หนักกว่าที่ผ่านมา ชี้เงินในระบบหาย 2-3 แสนล้าน ต้องใช้เวลา 2 ปี ศก.คืนปกติ

23.04.21 | 09:01 น.

โควิดระลอก 3 หนักกว่า 2 รอบที่ผ่านมา ชี้เงินในระบบหาย 2-3 แสนล้านบาท รัฐบาลต้องควบคุมใน 2 เดือน เผยต้องใช้เวลา 2 ปี ศก.คืนปกติ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประธานหอการค้าไทย รองประธานหอการค้าไทย และเลขาธิการฯ เมื่อวันที่ 21 เมษายน จำนวน 237 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่เกือบ 60% มองว่าธุรกิจในจังหวัดได้รับผลกระทบมากจากโควิด-19 รอบที่ 3


“และหากเทียบการเกิดโควิด-19 ในรอบ 1-3 แล้ว ส่วนใหญ่ตอบว่าโควิด-19 รอบที่ 3 สร้างผลกระทบมากที่สุด แม้การระบาดรอบที่ 3 จะไม่ได้มีการล็อกดาวน์ประเทศ หรือมีคำสั่งเคอร์ฟิวเหมือนรอบแรกก็ตาม แต่มีการสั่งปิดสถานบันเทิง และการกำหนดปิดห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร เร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ธุรกิจถูกซ้ำเติมต่อเนื่องตั้งแต่รอบที่ 1-2 และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ หากรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 2 เดือนนี้หรือภายในเดือนมิถุนายน มองว่ากว่าที่ธุรกิจจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้ น่าจะต้องใช้เวลา 23 เดือน หรือเกือบ 2 ปีนับจากนี้ ขณะที่การคาดการณ์เศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดเชื่อว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในอีก 15 เดือน”

“คาดว่ารัฐบาลจะคุมโควิด-19 ได้ภายใน 60 วัน หรือประมาณ 2 เดือน ซึ่งจากการสั่งปิดสถานบันเทิง และกำหนดปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ให้เร็วขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจหายไป 2-3 แสนล้านบาท จะส่งผลให้เศษฐกิจไทยลดลง 1.2-1.8%” นายธนวรรธน์ กล่าว