หน้าแรก เศรษฐกิจ ขุนคลังโวนักล...

ขุนคลังโวนักลงทุนมั่นใจศก.ไทยดันดัชนีหุ้นไทยพุ่งแรงเป็นอันดับต้นๆของโลก

31.08.16 | 13:26 น.

ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) และBank of America Merrill Lynch จัดงาน Thailand Focus ครั้งที่ 10 “A New Growth Strategy” โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ร่วมงานด้วย

นายอภิศักดิ์ เปิดเผยภายหลังกล่าวปาฐกถาว่า ปี 2559 เป็นปีที่มีนักลงทุนเข้าร่วมงานมากกว่าทุกครั้ง สะท้อนว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งปกติแล้วดัชนีหุ้นไทยเป็นตัวสะท้อนเศรษฐกิจหากเศรษฐกิจดีหุ้นจะปรับขึ้นก่อน แม้ที่ผ่านมาหลายฝ่ายจะให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยค่อยๆ เติบโตขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยกลับปรับขึ้นแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% แสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนต่างประเทศเห็นว่าประเทศไทยอยู่ในจังหวะที่จะปรับขึ้น

นายอภิศักดิ์กล่าวว่า ได้ชี้แจงต่อนักลงทุนว่าสิ่งที่รัฐบาลได้แจ้งต่อผู้ลงทุนเมื่อปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการต่อเนื่องจนทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาส 2/2559 ปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.5% สูงที่สุดในรอบ 13 ไตรมาส สิ่งที่ดำเนินการคือ 1.ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี) เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย 2.เร่งรัดการลงทุน พร้อมเสริมแรงให้กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีประสบการณ์ในตลาดสูง3.พัฒนาระบบอี-เพย์เม้นท์ ทั้งนี้ ในปี 2559 รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อเนื่อง โดยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หนุนให้เอกชนลงทุนเพิ่มขึ้นและให้สิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจอีอีซี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของประเทศ เน้นการวิจัยและพัฒนา ต่อจากนี้ประเทศไทยจะวิจัยพัฒนาด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะผลักดันประเทศเดินข้างหน้า ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกว่า 2 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่รัฐบาลนี้ดำเนินการคือการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศในทุกด้าน เพื่อให้ประเทศโตได้จากพื้นฐานที่สร้างไว้

“นักลงทุนจะมองอนาคตว่าจะดีหรือไม่ดี หากคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลและเอกชนทำเป็นสิ่งที่ถูกและนำพาประเทศไปในทางที่ดีได้ หุ้นก็จะขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเราเองไม่ต้องบอกเขา เขาก็ติดตามเราอยู่แล้ว แต่วันนี้เรามาบอกเขาย้ำให้เขามั่นใจว่าที่เขาคิดถูกแล้ว หุ้นถึงได้ขึ้นอยู่ทุกวันนี้ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมีอีอีซี ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกของไทยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สัญญญาณการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริงมีอยู่ คำขอบีโอไอเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ภาคเอกชนที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักเพราะเอกชนต้องวางแผนธุรกิจ ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักัดันคือ หนุนให้เอกชนเร่งลงทุนช่วงนี้เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจังหวะจะเป็นเรื่องที่ดีที่เอกชนนำพาตัวเองแข่งกับเศรษฐกิจโลกได้ และรัฐบาลทำพื้นฐานรองรับไว้ทุกด้าน เมื่อเอกชนดีประเทศโดยรวมจะดีด้วย”นายอภิศักดิ์กล่าว

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท หลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศหลายแห่งเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ประกอบกับการเมืองไทยเดินได้ตามโร้ดเมป อัตราการจ่ายปันผลหุ้นไทยอยู่ในระดับสูง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเดินหน้าต่อเนื่อง โดยในปี 2560 คาดว่าจะเห็นเงินต่างประเทศไหลเข้าอีก 2 แสนล้านบาท หนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นซื้อขายเหนือ 1,600 จุดได้และอาจเห็นหุ้นไทยซื้อขายแตะระดับ 1,700 จุดได้ในไม่ช้า

Advertisement

งานไทยแลนด์โฟกัส 31 สค.

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลท. กล่าวว่า งานไทยแลนด์โฟกัสปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 ภายใต้แนวคิด “A New Growth Strategy” โดยมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมงาน 140 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 11.75 ล้านบาท หรือ 77% ของมูลค่ารวมของตลาดีนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศเข้าร่วมงาน 112 ราย และมีนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้าร่วมงานอีก 98 ราย หรือรวมกว่า 200 รายมากที่สุดเป็นประวัติกาล และมีจำนวนการเข้าพบระหว่างบริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนมากถึง 1,255 ครั้ง มากที่สุดตั้งแต่เคยมีมาเช่นกัน

น.ส.อรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ สาขาประเทศไทย ธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกา เมอร์ริล ลินซ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นกว่า 21% แต่หากดูในมุมของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแล้วกว่า 26% กระแสเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนออกมาดี และตัวเลขจีดีพีออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดโดยธนาคารได้ปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้จาก 2.8% เป็น 3.2% อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับตึงตัวแล้ว แต่หากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนกระแสเงินทุนไหลเข้านั้นแม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแต่ยังมีส่วนต่างจากดอกเบี้ยไทยในระดับหนึ่ง ดังนั้น หากไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับนี้และค่าเงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่า เชื่อว่าเงินจะยังไหลเข้าต่อเนื่อง

นางพัชนี ลิ่มอภิชาต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ราคาหุ้นไทยอยู่ในระดับที่ตึงตัวพอสมควรและไม่ใช่ตลาดแรกๆ ที่นักลงทุนจะเลือกลงทุน โดยตลาดที่นักลงทุนสนใจคือจีน สิ่งที่ต้องจับตามองคือกระแสเงินทุนว่าจะยังไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศเริ่มขายในตลาดหุ้นฟิลิปปินส์แล้ว อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังมีบางกลุ่มที่สามารถลงทุนได้แต่จำเป็นต้องตามหา จึงเป็นที่มาให้นักลงทุนสถาบันต่างประเทศสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้มากเป็นประวัติกาล กรณีที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงปลายปีนี้เชือ่ว่าตลาดได้รับข่าวไประหนึ่งแล้วและจะไม่ส่งผลกระทบกับกระแสเงินทุนไหลเข้าหรือออก