หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจสปาทรุด...

ธุรกิจสปาทรุดหนัก โควิดรอบ 3 ทุบเจ๊งกว่า 70% ขอร่วมคนละครึ่งเฟส3

27.04.21 | 10:16 น.

ธุรกิจสปาทรุดหนัก โควิดรอบ 3 ทุบเจ๊งกว่า 70% รอดแค่ 10% ขอร่วมคนละครึ่งเฟส 3

นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย เปิดเผยว่า จากประกาศของกรุงเทพมหานคร ใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ จำนวน 31 แห่ง อาทิ โรงภาพยนตร์ สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ รวมถึงสถานประกอบการนวดแผนไทยนวดเท้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนนี้ เป็นต้นไป เบื้องต้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประเมินและคาดไว้แล้วว่าจะออกมาในรูปแบบนี้แน่นอน เพื่อให้สามารถควบคุมการระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ที่เกิดขึ้นช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาให้ได้ก่อน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้ธุรกิจนวดสปาต้องปิดตังลงเพิ่มอีก

โดยในปัจจุบันธุรกิจนวดสปา สามารถประกอบธุรกิจต่อได้เพียง 20% เท่านั้น จากจำนวนผู้ประกอบการในระบบกว่า 9,000 ราย ส่วนอีก 80% ที่ปิดตัวลงนั้น ประเมินว่าเป็นการปิดตัวชั่วคราว 10% ส่วนอีก 70% ปิดถาวรเรียบร้อย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปกว่า 1 ปีแล้ว ทำให้เมื่อลูกค้าไม่มี เปิดร้านแล้วรายได้ไม่เข้า ก็ต้องจำใจปิดตัวลง โดยคาดว่าหากครบ 14 วันตามประกาศสั่งล็อกดาวน์แล้วสถานการณ์การระบาดยังไม่ดีขึ้น น่าจะได้เห็นภาพธุรกิจสปาปิดตัวลงอีก เหลือเพียง 10% จากทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้ประกอบการที่มีขนาดใหญ่ มีสายป่านยาว อาทิ มีสินค้าเฉพาะตัวที่จำหน่ายแยกย่อยเพิ่มเติมจากบริการนวดสปา แต่หากเป็นร้านนวดสปาเพียงอย่างเดียว คงไปต่อลำบาก

“ต้องยอมรับว่าแม้รัฐบาลจะไม่ประกาศสั่งปิดออกมา แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีมากนัก นับตั้งแต่การระบาดรอบแรกและระลอก 2 ที่ผ่านมา เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 80% ที่นิยมใช้บริการนวดสปาในโรงแรมหรือร้านสปาขนาดใหญ่ ส่วนอีก 20% เป็นคนไทย ทำให้ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเข้ามาเที่ยวไทยได้ ลูกค้าก็หายไปแล้ว 80% ส่วนลูกค้าไทยที่เริ่มกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นร้านสปาที่ใช้บริการประจำ ส่วนร้านที่ไม่มีฐานลูกค้าเก่ามากนัก หรือรับลูกค้าทั่วไปก็จะเหนื่อยมากกว่าปกติ บวกกับผลกระทบของโควิดรอบนี้ คาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการหลายรายทรุดตัวลงอีกครั้ง” นายกรด กล่าว

นายกรด กล่าวว่า ตั้งแต่การระบาดรอบแรกจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีมาตรการออกมาช่วยเหลือเยียวยาธุรกิจนวดสปา หรือได้อานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ ของรัฐบาลทั้งสิ้น แม้ธุรกิจนวดสปาจะได้รับผลกระทบจากโควิดเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ก็ตาม จึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการออกมาเยียวยาด้านการเงิน โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เป็นรายเล็กจริงๆ เพราะมีจำนวมากในธุรกิจรวม ส่วนมาตรการอื่นๆ ของรัฐบาล ก็อยากให้พิจารณาเพื่อเปิดช่องให้ธุรกิจนวสปามีส่วนร่วมด้วย อาทิ มาตรการคนละครึ่ง หากจะมีออกมาใหม่เฟส3 ก็อยากให้อนุมัติใช้บริการนวดสปาได้ด้วย และการช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม ในการจ่ายค่าจ้างพนักงานที่ถูเลิกจ้าง เพราะสถานประกอบการปิดตัวลงชั่วคราว ผ่านการสมทบเงินเดือนให้ 70% อีก 30% นายจ้างจ่ายเอง เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน