ขสมก.เตรียมปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เริ่ม 28 เม.ย.นี้

ขสมก.เตรียมปรับลดเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท เริ่ม 28 เม.ย.นี้

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)​ เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศ เรื่อง การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งพิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถ ในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า โดยให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งปรับลดการให้บริการในช่วงเวลา 23.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนเป็นต้นไป ซึ่งในส่วนของการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถกะสว่าง ขสมก.ได้ดำเนินการไปแล้ว

นายสุระชัยกล่าวว่า ดังนั้น ขสมก.จึงเตรียมปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภทในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนนี้เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศดังกล่าว และเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน และสถานศึกษาหลายแห่งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ขสมก.จะปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งเฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการลดลง ส่วนเส้นทางที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่าเดิม จะไม่มีการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขสมก.ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้

ด้านพนักงานประจำรถ 1.ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกครั้งก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร หากตรวจพบว่าพนักงานมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่และให้รีบไปพบแพทย์ทันที 2.กำชับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร 3.ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะใช้บริการรถโดยสาร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

ขณะที่ด้านรถโดยสารประจำทาง 1.เพิ่มความถี่ในการล้างทำความสะอาดระบบปรับอากาศ และการทำความสะอาดผ้าม่าน 2.ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสาร และใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องสัมผัส เช่น เบาะที่นั่ง ราวจับ กริ่งสัญญาณ เป็นต้น พร้อมทั้งติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์สำหรับให้ผู้ใช้บริการล้างมือบริเวณประตูทางขึ้น

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า 3.กำหนดจุดนั่ง (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และจุดยืนภายในรถโดยสาร 4.ติดตั้งคิวอาร์โค้ด​ แอพพลิเคชั่นไทยชนะ บริเวณหลังเบาะที่นั่ง และบริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร สำหรับให้ผู้ใช้บริการสแกนผ่านโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเดินทาง กรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อใช้บริการรถโดยสารคันเดียว และเวลาเดียวกันกับผู้ใช้บริการจะมีการแจ้งเตือนผ่านระบบเอสเอ็มเอสว่าผู้ใช้บริการมีความเสี่ยงให้รีบไปพบแพทย์
และ 5.ติดตั้งคิวอาร์โค้ด​แอพพลิเคชั่นหมอชนะ บริเวณผนังด้านข้างภายในรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า ด้านผู้ใช้บริการ 1.ผู้ใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะใช้บริการรถโดยสาร 2.ล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ติดตั้งบริเวณประตูทางขึ้น 3.เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรสแกนคิวอาร์โค้ด​แอพพลิเคชั่นไทยชนะบนรถโดยสาร เพื่อเช็กอินเมื่อขึ้นรถ และเช็กเอาต์ก่อนลงจากรถ สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ของ ขสมก.ทุกประเภท ควรลงทะเบียนบัตรที่ www.bmta.co.th เพื่อให้บัตรดังกล่าวสามารถเช็กอิน-เช็กเอาต์โดยอัตโนมัติ เมื่อนำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์มาแตะที่เครื่องอีดีซีเพื่อชำระค่าโดยสาร

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า 4.เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ควรดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ เพื่อตอบแบบสอบถามประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 และลงทะเบียน 5.ขอความร่วมมือนั่งบนเบาะที่กำหนด (เบาะที่ไม่มีเครื่องหมายกากบาท) และยืนบนจุดที่กำหนด หรือยืนห่างกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร กรณีมีผู้ใช้บริการบนรถมากพอสมควร ควรรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

นายสุระชัยกล่าวอีกว่า 6.ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเก็บค่าโดยสาร นายตรวจ และเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษอย่างเคร่งครัด และ 7.ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. บัตรเดบิต-เครดิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโมบายแบงกิ้ง เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่อาจเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บก.ลายจุดชี้ ประยุทธ์เก๋าเกม-โหดเหี้ยม หลบหลังอนุทิน ส่วนอนุทินก็ไม่กล้าหาญพอ
บทความถัดไป‘เทพไท’ อัดรัฐล้มเหลวใช้งบรับมือโควิดรอบ3 เหน็บจาก ไทยชนะสู่หมอชนะจน ‘หายนะ’