นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2016 : A New Growth Strategy ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ว่า การดำเนินนโยบายการเงินและแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจหลัก ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนและจะยังผันผวนต่อเนื่องไปอีก แต่ช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุลเงิน ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นการแข็งค่าสอดคล้องกับสกุลเงินสกุลอื่น อย่างไรก็ดี หากพิจารณาความผันผวนของค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 4% อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสกุลอื่น เช่น ริงกิตของมาเลเซียและวอนของเกาหลีใต้ที่ผันผวนสูงกว่าค่าบาทเป็นเท่าตัว
“ถ้าเห็นว่ามีเงินที่ไหลเข้ามาในบางช่วงเวลาที่อาจจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจและเสถียรภาพเศรษฐกิจ ก็จะเข้าไปดูแล ซึ่ง ธปท. มีเครื่องมือหลายอย่างในการดูแลการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ในกรอบการทำนโยบายการเงินมีเครื่องมือหลายด้านที่ใช้ในการจัดการเศรษฐกิจ ตั้งแต่นโยบายอัตราดอกเบี้ย นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน นโยบายแมคโครพรูเดนเชียลที่เป็นเครื่องมือเข้าไปช่วยกำกับการทำงานของสถาบันการเงินโดยหวังให้เกิดผลกับเศรษฐกิจมหภาค เช่น การออกเกณฑ์อัตราส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันของสินเชื่อบางประเภท รวมทั้งเครื่องการบริหารเงินไหลเข้าออกเป็นเครื่องมือที่ธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น” นายวิรไทกล่าว
นายวิรไทกล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องของภาคเอกชนให้ดูแลค่าเงินบาทนั้น ธปท.ได้มีการคุยกับหลายอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่ภาคเอกชนกังวลคือค่าเงินบาทจะต้องไม่แข็งค่าไปมากกว่าคู่ค้าและคู่แข่ง โดยช่วงที่ผ่านมาค่าเงินบาทและค่าเงินภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในทิศทางใกล้เคียงกัน ซึ่งธปท.จะมีการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด
“ประมาณการตัวเลขส่งออกของ ธปท. คาดว่าการส่งออกปีนี้จะติดลบ 2.5% ซึ่งจะมีการทบทวนตัวเลขอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในเดือนกันยายนนี้” นายวิรไทกล่าว
นายวิรไทกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญมากที่นักธุรกิจต้องระมัดระวังคือ การบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่ง ธปท. ได้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไทยมีศักยภาพและมีเครื่องมือในการรับมือความผันผวนต่าง ๆ และได้ส่งเสริมให้ใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายมากขึ้นตามการค้าในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ หยวน ริงกิต เพราะค่าเงินสกุลหลักของโลกยังมีความผันผวนสูง แต่สกุลท้องถิ่นจะผันผวนไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งได้เปิดเสรีหลายมิติให้คนไทยสามารถนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ เพื่อสร้างความสมดุล เงินไหลเข้าและไหลออก เป็นต้น

