สาวก ‘ทุเรียน’ เฮ!! ราคาขาลง หลังดีดตัวแรงเพราะจีนออเดอร์ล่วงหน้า

29.04.21 | 09:44 น.

สาวก ‘ทุเรียน’ เฮ!! ราคาขาลง หลังดีดตัวแรงเพราะจีนออเดอร์ล่วงหน้า

เข้าสู่ฤดูผลไม้อย่างเป็นทางการแล้ว ‘มติชนออนไลน์’ จะมาเปิดความฮอตของสุดยอดราชาผลไม้ของไทยอย่าง ‘ทุเรียน’ กันว่าราคาในปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง แรงถึงขั้นกินไม่ลงเลยไหม

ต้องบอกก่อนว่า ในช่วงฤดูผลไม้ ไม่ได้มีแค่ทุเรียนอย่างเดียวที่ถึงช่วงเก็บผลผลิต ยังมี เงาะ ลองกอง และราชินีผลไม้อย่าง มังคุด อีกด้วย แต่ผลไม้ที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตและขึ้นชื่อว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ต้องยกให้กับ ทุเรียน นอกจากคนในประเทศจะนิยมทานแล้ว

ชาวต่างชาติก็ชอบทุเรียนไทยไม่แพ้กัน แต่ประเทศอันดับหนึ่งที่มีการพรีออเดอร์ทุเรียนมากที่สุดต้องยกให้ จีน ในปีนี้ จีนได้มีการสั่งซื้อทุเรียนล่วงหน้า ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ บริษัทเอกชน และสหกรณ์ผลไม้ รวมทั้งการส่งออกในครั้งนี้ยังเป็นทุเรียนชุดแรกที่มีการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทยในระดับสหกรณ์ผลไม้อีกด้วย

โดยในครั้งนี้ได้ส่งสินค้าผ่านเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินเซินเจิ้นแอร์ไลน์ที่นำทุเรียนเกรดพรีเมียม 20 ตัน หรือเกือบ 1 หมื่นลูก ขายจบในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งครั้งนี้เป็นทุเรียนจากสหกรณ์เมืองขลุง จ.จันทบุรี เดินทางถึงที่สนามบินเซินเจิ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการจีนได้จัดส่งแบบ เดลิเวอรี่ ถึงลูกค้าซึ่งสั่งซื้อล่วงหน้าทันที

จากความสำเร็จดังกล่าว ในบางช่วงส่งผลให้ราคาทุเรียนในประเทศดีดตัวสูงขึ้น แต่ใช่ว่าจะมีแต่ทุเรียนราคาแพงอย่างเดียว อย่างที่ จ.นครราชสีมา มีพ่อค้าขายทุเรียนแบบแบ่งขาย เริ่มต้นที่ราคาพูละ 5 บาท เรียกเสียงฮือฮาให้กับคนในพื้นที่และชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าตอนนี้ขายดีเทน้ำ เทท่า อยู่ที่กลยุทธ์ของพ่อค้าแม่ค้า

Advertisement

สำหรับราคาทุเรียนในเดือนเมษายน ณ วันที่ 28 เมษายน 2564 พันธุ์ก้านยาวเบอร์ใหญ่ ราคาอยู่ที่ 160 บาท/กิโลกรัม ก้านเล็กเบอร์ยาว 110 บาท/กก. ชะนีเบอร์ใหญ่ 85 บาท/กก. ชะนีเบอร์เล็ก 70 บาท/กก. หมอนทองเบอร์ใหญ่ 138.33 บาท/กก. หมอนทองเบอร์เล็ก 102.50 บาท/กก. ซึ่งราคาส่วนใหญ่ยังมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม

ส่วนพื้นที่ปลูกรวมทั่วประเทศในปี 2564 มีเนื้อที่ให้ผลผลิตอยู่ที่ 8.43 แสนไร่ เพิ่มขึ้น 5.73% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการปลูกอยู่ที่ 7.97 แสนไร่ ผลผลิต มีจำนวนอยู่ที่ 1.24 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลผลิตอยู่ที่ 1.11 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ มีจำนวน 1,473 กก. เพิ่มขึ้น 5.29% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีจำนวน 1,399 กก.