กรมเจ้าท่า เตรียมพร้อมชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2565

กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ประชุมเตรียมความพร้อมการชี้แจงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2565 สภาผู้แทนราษฎร เพื่อระดมความคิดเห็น ปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาภารกิจในทุกมิติของกรมเจ้าท่า โดยมีนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เป็นประธาน ในวันที่ 29 เมษายน 2564 ณ ห้องประชุมวิสูตรสาครดิษฐ์ กรมเจ้าท่า

นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยหลังการประชุมฯว่า กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายในการดำเนินการ ที่สำคัญในปี 2565 คือ ” IMO ต้องผ่าน น่านน้ำไทยต้องปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนากิจการพาณิชยนาวี ” โดยมีภารกิจการกำกับดูแล ส่งเสริมการพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวีให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่น ๆ ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า ท่าเรือ อู่เรือ กองเรือไทย และกิจการเกี่ยวเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึงและปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนุนภาคการส่งออกให้มีความเข้มแข็ง การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยเรือไทย

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันเรือโดนกัน กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายระบบการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวี การจัดระเบียบการขนส่งทางน้ำและกิจการพาณิชยนาวี ร่วมมือ และประสานงานกับองค์การและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศในด้านการขนส่งทางน้ำ การพาณิชยนาวี และในส่วนที่เกี่ยวกับอนุสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศ ที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย ภายใต้งบประมาณ ประจำปี 2565

อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม มีผลงานที่สำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1. การพัฒนาและบำรุงโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ ประกอบด้วย

– การก่อสร้างปรับปรุงท่าเทียบเรือเฟอร์รี่เกาะสมุย การก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหมู่ 5 ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการแล้วเสร็จ

– การปรับปรุงท่าเรือโดยสารในแม่น้ำและคลองสาขา พัฒนาท่าเรือโดยสารรองรับผู้สูงอายุและคนพิการก่อสร้างพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเรือโดยสารในแม่น้ำ (สถานีเรือ) ได้แก่ ท่าเรือท่าช้าง, ท่าเรือท่าเตียน, ท่าเรือเกียกกาย, ท่าเรือบางโพ อยู่ระหว่างดำเนินการ

– การขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำเพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ จำนวน 8 ร่องน้ำ ได้แก่ สงขลา (ร่องนอก), บ้านดอน, แม่น้ำโขง ทางเข้าท่าเทียบเรือเชียงแสน 2, ปากพนัง, สมุทรสาคร (ท่าจีน), ทางเข้าท่าเรือกรุงเทพร่อง 2, ปัตตานี และบางปะกง เนื้อดินประมาณ 9,535,100 ลบ.ม. อยู่ระหว่างดำเนินการ

– การขุดลอกเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย (บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ) จำนวน 1 ร่องน้ำ (ขุดลอกร่องน้ำ ร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาตอนล่าง จ.สงขลา (ตั้งแต่ กม.2 – กม.4) เนื้อดินประมาณ 500,000 ลบ.ม.) อยู่ระหว่างดำเนินการ

2. การกำกับดูแลความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ

– จัดตั้งศูนย์ควบคุมระบบบริหารรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญ 2 แห่ง (อัมพวา, คลองดำเนินสะดวก) อยู่ระหว่างดำเนินการ

– จ้างที่ปรึกษาสำรวจจัดทำแผนที่ และรายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำบริเวณชายฝั่งทะเลทะเลสาบ และแม่น้ำภายในประเทศ (ระยะที่ 2 วงเงิน 349 ลบ.) อยู่ระหว่างดำเนินการ

– งานก่อสร้างและจัดหาระบบตรวจการณ์ชายฝั่ง อ่าวไทยตอนล่างและอันดามัน (VTS ระยะที่ 3) (พื้นที่ชายฝั่งทะเล อันดามัน และอ่าวไทยตอนล่าง) อยู่ระหว่างดำเนินการ

3. การส่งเสริมการพาณิชยนาวี

– งานพัฒนาด้านการพาณิชย์นาวี ผลิตบุคลากรให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยปีการศึกษา 2564 มีผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นแล้ว จำนวนกว่า 1,575 คนและนักเรียนเดินเรือพาณิชย์ (หลักสูตรระยะยาว) จำนวน 113 คน (ผลการดำเนินงานปี 2563)

อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวปิดท้ายฯ ว่า การดำเนินการด้านงบประมาณ และการใช้จ่ายต้องมีความรอบคอบ เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างสูงสุด ซึ่งปัจจุบันกรมเจ้าท่า มีการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแลความปลอดภัยและการส่งเสริมการพาณิชยนาวี เพื่อตอบสนองความคาดหวังของประชาชน พร้อมบูรณาการร่วมกับจังหวัดเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่โครงการ การรับฟังความเห็นเพื่อสร้างการรับรู้และการยอมรับจากประชาชน การพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพรองรับงานในเชิงรุกและนำเทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงาน ปรับปรุงวิธีการทำงาน และการดำเนินการแก้ไขผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตคณะกรรมาธิการฯ

เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงทั่วถึง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการท่องเที่ยว และสามารถกระจายรายได้สู่ชุมชน มีการกำกับ ดูแล และบริการด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความสะดวกปลอดภัย และลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุในระบบการขนส่งทาง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางน้ำของประเทศ รวมทั้งพัฒนากิจการ พาณิชยนาวีอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “พัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำอย่างเชื่อมโยง มีมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ” ทั้งนี้ ในการนำเสนอข้อมูลประกอบการชี้แจงคณะกรรมมาธิการวิสามัญฯ ได้สั่งการให้ปรับข้อมูลและรูปแบบฯ ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน ทันสมัย น่าสนใจ ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก หรือวิดิโอนำเสนอฯ ให้มีความเหมาะสม เพื่อพร้อมนำเสนอกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์หน้าต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon