ไอเดียกระทรวงการคลังแก้หนี้นอกระบบกำลังใกล้คลอด บรรจุอยู่ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อย คาดว่าจะหยิบยกมาพิจารณาในเดือนกันยายนนี้
เปิดแนวคิดแก้หนี้นอกระบบแบบครบวงจร และมีแนวทางป้องกันไม่ให้ประชาชนหวนกลับมากู้นอกระบบอีก เป็นการถอดบทเรียนในอดีต หลายรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบหลายครั้ง แต่ปัญหายังวนเวียนอยู่เช่นเดิม
ครั้งนี้แนวทางที่นำมาใช้ มีทั้งใช้กฎหมายเข้มงวด เดิมทีจะใช้มาตรา 44 ลงโทษและห้ามเจ้าหนี้นอกระบบเก็บดอกเบี้ยเกิน 15% แต่ล่าสุด กระทรวงยุติธรรมเสนอกฎหมายห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือไม่ให้เกินกว่า 15% แล้ว ซึ่งมีทั้งโทษทั้งทางแพ่งและอาญา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้
การใช้มาตรา 44 จึงเป็นอันพับไป
ส่วนเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ หากต้องการทำธุรกิจต่อ ทางการให้โอกาสมาทำธุรกิจ “พิโคไฟแนนซ์” ปล่อยกู้ให้ลูกหนี้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% ใช้ทุนจดทะเบียนเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น
ขณะเดียวกัน “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็สั่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ไปตั้งหน่วยธุรกิจขึ้นมาดูแลหนี้นอกระบบเป็นการเฉพาะ ทั้งออมสินและ ธ.ก.ส. เตรียมวงเงินเพื่อเข้าไปช่วยรวมกัน 5 หมื่นล้านบาท หรือแห่งละ 2.5 หมื่นล้านบาท มีทั้งปล่อยกู้ให้ลูกหนี้นำไปล้างหนี้นอกระบบ คิดดอกเบี้ย 10-15% ต่อปี ถูกกว่าหนี้นอกระบบที่บางเจ้าคิดดอกเบี้ยกว่า 100% ต่อปี
เพื่อแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ ยังมีแนวคิดออกบัตรสินเชื่อเงินสด หรือแคชการ์ด สำหรับประชาชนคนยากจนใช้เป็นแหล่งเงินฉุกเฉิน อาทิ จ่ายค่าเทอมลูก จ่ายค่ารักษาพยาบาลปัจจุบันทันด่วน แต่หาเงินไม่ทัน สามารถมาใช้บริการได้ เพื่อป้องกันและดูแลไม่ให้กลับไปพึ่งพาเงินนอกระบบที่โดนโขกดอกเบี้ยแพงๆ กลายเป็นหนี้ไม่จบสิ้นอีก
จากข้อมูลพบว่า หนึ่งในต้นตอของหนี้นอกระบบเกิดจากประชาชนต้องใช้เงินแบบเร่งด่วน หากทำเรื่องกู้กับธนาคารจะใช้เวลา ดังนั้นคนกลุ่มนี้มีแคชการ์ดในมือ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถกดเงินมาใช้ได้ การกู้เงินนอกระบบอาจจะลดลง
ธ.ก.ส.และออมสิน เตรียมเปิดตัวแคชการ์ดทันทีที่ ครม.เห็นชอบแพคเกจหนี้นอกระบบ ขณะนี้มีการเตรียมพร้อมบัตรไว้แล้ว 2-3 แสนใบ เตรียมระบบ เตรียมวงเงิน และออกเงื่อนไขต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว
“ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ออมสินจะใช้แนวทางของธนาคารประชาชนในการพิจารณาให้แคชการ์ด เดิมทีการขอสินเชื่อธนาคารประชาชนเมื่อผ่านการอนุมัติต้องเบิกเงินไปทั้งก้อน แต่กรณีแคชการ์ดจะให้วงเงินไว้ในบัตร เช่น ให้วงเงินไว้ 5 หมื่นบาท หากมีความต้องการใช้เงิน 1 หมื่นบาทมากดเงินออกไป จ่ายหนี้เงินงวดและดอกเบี้ยจะคิดเฉพาะเงินที่กดออกไป สามารถจ่ายขั้นต่ำ 5% ของวงเงินที่กดไปใช้ หรือประมาณ 500 บาท ต่อหนี้ 1 หมื่นบาท
เกณฑ์ในการพิจารณาวงเงินแคชการ์ด ออมสินได้กำหนดกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนยากจนเข้าถึงแหล่งเงินทุนจริงๆ ให้วงเงินแคชการ์ด 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 75,000 บาท คิดดอกเบี้ยระดับใกล้เคียงกับธนาคารประชาชน คือประมาณ 1% ต่อเดือน
ด้าน “อภิรมย์ สุขประเสริฐ” รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ในแคชการ์ด ธ.ก.ส.จะคล้ายของธนาคารออมสิน และใช้เงื่อนไขลักษณะเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในการเรื่องการพิจารณาวงเงิน ธ.ก.ส.จะกำหนดวงเงินในบัตรไม่เกิน 5 หมื่นบาท โดยจะพิจารณาจากรายได้ ความสามารถในการผ่อนชำระ และประวัติการเงินย้อนหลัง มีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบร่วมโครงการที่รัฐบาลกำลังประกาศออกมา และเป็นกลุ่มที่ ธ.ก.ส.ช่วยเหลืออยู่แล้ว
รองฯอภิรมย์อธิบายเพิ่มว่า ธ.ก.ส.เตรียมบัตรแคชการ์ดไว้แล้วประมาณ 1 แสนใบ หรือคิดเป็นวงเงินในบัตรประมาณ 5 พันล้านบาท ธ.ก.ส.พร้อมจะดำเนินการทันทีที่ ครม.มีมติเรื่องหนี้นอกระบบ
ส่วนของข้อกังวลเรื่องหนี้เสีย รองฯอภิรมย์บอกว่า ในขั้นแรกธนาคารต้องประเมินผู้ที่จะได้บัตรจากข้อมูลรายได้ และประวัติการชำระเงินที่ผ่านมา เพื่อจะดูว่าคนนี้ควรจะได้วงเงิน 1 หมื่นบาท หรือ 5 หมื่นบาท พร้อมกันนี้จะมีการขอไปยังกระทรวงการคลังแยกบัญชีโครงการเป็นนโยบายรัฐ (พีเอสเอ)
หากมีความเสียหายใดๆ รัฐบาลเป็นเจ้ามือพร้อมชดเชยให้

