หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่องนโยบายไบเ...

ส่องนโยบายไบเดน 3 เดือนแรก หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

2.05.21 | 13:00 น.

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ที่นายโจเซฟ ไบเดน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ หลังคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งที่ดุเดือดเมื่อปลายปีก่อน โดยผู้นำคนใหม่ท่านนี้ มีแนวทางการทำงานที่ต่างไปจากประธานาธิบดีคนก่อนหน้าเป็นอย่างมาก และหลังจากเข้ารับตำแหน่งไม่นานก็มีการดำเนินการต่างๆ มากมาย ซึ่งผมขอยกตัวอย่างบางประเด็นที่จะส่งผลต่อการค้าโลกและการค้าไทยครับ


ด้านการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลสหรัฐ นำโดยประธานาธิบดีไบเดน ประสบความสำเร็จในการเร่งแจกจ่ายวัคซีนให้กับพลเมืองสหรัฐ โดยสามารถฉีดวัคซีนได้ 200 ล้านโดส ภายใน 100 วันแรกของการทำงาน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงสองเท่า ประธานาธิบดีไบเดนยังสามารถเร่งผลักดันและลงนามงบประมาณเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งได้ประกาศแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อกำลังซื้อชาวอเมริกัน และการซื้อและนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างชาติรวมทั้งไทยด้วย

สำหรับประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างสงครามการค้า ที่ผ่านมาไทยสามารถประคับประคองและปรับตัวรับมือสงครามการค้าและสถานการณ์ต่างๆ เช่น วิกฤตไวรัสโควิด-19 ได้ เห็นได้จากในไตรมาสแรกของปี 2564 การส่งออกรวมของไทยขยายตัว 2.27% โดยการส่งออกไปจีนและสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง 20.6% และ 12.5% อีกทั้ง ไทยสามารถใช้โอกาสจากการสงครามการค้าในการส่งออกสินค้าทดแทน ทำให้สัดส่วนสินค้าไทยสูงขึ้นในทั้งสองประเทศ โดยส่วนแบ่งตลาดของไทยในสหรัฐ ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 1.61% เพิ่มขึ้นจาก 1.50% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่วนแบ่งตลาดของไทยในจีนในไตรมาสแรกของปี 2564 อยู่ที่ 2.23% เพิ่มขึ้นจาก 2.15% ในไตรมาสแรกของปีก่อน สินค้าที่เติบโตดีต่อเนื่องในปี 2563 และไตรมาสแรกปี 2564 ในตลาดสหรัฐ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ของใช้ในบ้าน/ออฟฟิศ ผักผลไม้สด แช่แข็ง และแปรรูป เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก อาหารปรุงแต่ง อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป สินค้าที่เติบโตดีต่อเนื่องในตลาดจีน เช่น ผักผลไม้สด แช่แข็ง และแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ นอกจากนี้ จากการประเมินของ สนค. พบว่าสหรัฐ และจีน มีศักยภาพการนำเข้าสูงสุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลกด้วย

ในสมัยประธานาธิบดีไบเดนนี้ ผมมองว่าสงครามการค้าจะยังคงดำเนินต่อไป แต่สหรัฐจะใช้วิธีประนีประนอมมากขึ้น ผ่านการหาประเทศพันธมิตร โดยจะไม่ปรับมาตรการภาษีที่ใช้กับจีนให้แรงขึ้น และไม่ยกเลิกข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกระหว่างกัน แต่จะติดตามให้จีนปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อประกอบกับการให้ความสำคัญกับกฎระเบียบ/กติกาสากล และเร่งฟื้นฟู/สร้างความสัมพันธ์และพันธมิตรทางการค้าของประธานาธิบดีไบเดน จะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการค้าโลก และเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยในปี 2564 นี้ครับ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ การมุ่งสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐ เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติต่อจีนร่วมกัน และผลักดันให้จีนแก้ไขประเด็นต่างๆ อาทิ สิทธิมนุษยชน และการเมืองในฮ่องกงและไต้หวัน อาจสร้างแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ทั้งระหว่างจีนกับสหรัฐ และระหว่างจีนกับชาติพันธมิตรของสหรัฐ

นอกจากนี้ การกล่าวย้ำความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของประธานาธิบดีไบเดน ที่ระบุว่า จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50-52% จากระดับในปี 2005 ภายในปี 2030 โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อาจสร้างแรงกดดันต่อการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐบางรายการ เช่น รถยนต์สันดาปภายใน รวมถึงนโยบายสนับสนุนการซื้อสินค้าที่ผลิตโดยอเมริกา และนโยบายสนับสนุนการย้ายฐานการผลิตและบริการกลับสหรัฐ ในสาขาสำคัญ อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสื่อสาร อาจส่งผลต่อการส่งออกสินค้าไทยในอนาคตได้

สำหรับแนวทางการรับมือของไทย ผมมองว่าการผนึกกำลังกับประเทศสมาชิกอาเซียนจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจ และเมื่อรวมกับเอฟทีเอสำคัญอย่างอาร์เซ็ปซึ่งตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2565 จะยิ่งทำให้การค้าการผลิตภายในภูมิภาคเชื่อมโยงอย่างไหลลื่นมากขึ้น และช่วยให้ประเทศอาเซียนรวมทั้งไทยสามารถดึงดูดการค้าการลงทุนและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนย้ายห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากสงครามการค้าและไวรัสโควิด-19 ได้ โดยกระทรวงพาณิชย์เอง จะยังคงติดตามนโยบายและความสัมพันธ์ของคู่ค้าอย่างใกล้ชิด และวางแผนนำทัพสินค้าและบริการศักยภาพบุกตลาดสหรัฐ และจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกทั้งสินค้าเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สินค้าออร์แกนิกและธรรมชาติ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า

ตลอดจนบริการศักยภาพ เช่น ภาพยนตร์ และโลจิสติกส์ โดยปรับกิจกรรมให้เข้ากับยุคนิวนอร์มอล ในรูปแบบออนไลน์ เช่น เจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และส่งเสริมสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น Amazon, Tmall และในรูปแบบไฮบริด เช่น จัดงานแสดงสินค้าแบบ Mirror & Mirror โดยไม่ทิ้งรูปแบบออฟไลน์ เช่น ผลักดันสินค้าไทยร่วมกับพันธมิตรผู้นำเข้าและห้างสรรพสินค้า

อีกทั้งจะยังคงทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อปลดล็อกอุปสรรค เช่น การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ผมจึงเชื่อมั่นว่าความสามารถของภาคเอกชนไทย พร้อมด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ จะทำให้เราสามารถช่วงชิงโอกาสทางการค้า และผลักดันการส่งออกของไทยให้เติบโตต่อไปได้ครับ

ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า