โควิดทำพิษ! สวนเสือศรีราชา ประกาศยกเลิกกิจการ ปิดตำนาน 24 ปี

โควิดทำพิษ! สวนเสือศรีราชา ประกาศยกเลิกกิจการ ปิดตำนาน 24 ปี

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้บริหาร สวนเสือศรีราชา ประกาศยกเลิกกิจการสวนเสือศรีราชา ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 64 เป็นต้นไป เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

โดยคณะผู้บริหารสวนเสือศรีราชา ทำความเข้าใจและชี้แจงการเลิกกิจการสวนเสือศรีราชา โดยที่ผ่านมาสวนเสือศรีราชา เกิดจากคณะผู้บริหารที่มีใจรักในอาชีพปศุสัตว์ ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานและเก็บข้อมูลจากสถานที่ต่างๆ ในหลายประเทศทั่วโลก จึงได้นำจุดเด่นของแต่ละสถานที่มาพัฒนาปรับใช้กับสวนเสือศรีราชา

สวนเสือศรีราชาเริ่มเลี้ยงเสือโคร่งในปี พ.ศ.2532 โดยเริ่มต้นได้มาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ 2 คู่ และสวนสามพรานอีก 2 คู่ การที่ทางสวนเสือศรีราชาเลือกเพาะเลี้ยงเสือโคร่ง เนื่องจากเสือโคร่งเป็นเสือที่พบมากที่สุดในทวีปเอเชีย และในปัจจุบันเสือโคร่งในธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง และที่เลือกเสือพันธุ์เบงกอล เพราะเสือพันธุ์นี้มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ มีสีเข้มสวยงาม และสามารถอาศัยในภูมิอากาศของประเทศไทยได้

สวนเสือศรีราชาเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. พ.ศ.2540 โดยจัดการดำเนินงานเพื่อที่จะพัฒนาพันธุ์สัตว์ และให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว

สวนเสือศรีราชาเป็นสวนสัตว์เอกชน ตั้งอยู่ที่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บนพื้นที่ 250 ไร่ สวนเสือศรีราชาเป็นที่เพาะเลี้ยงเสือโคร่งเบงกอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ฝึกและแสดงความสามารถของสัตว์ อาทิ เสือ จระเข้ ช้าง และหมู นอกจากนี้ภายในยังเลี้ยง อูฐ กวางดาว กระต่าย และสัตว์ชนิดอื่นๆ

โดยสาเหตุในการประกาศเลิกกิจการอย่างถาวร ได้รับแจ้งว่าเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งอย่างไรก็ดีทางคณะผู้บริหารจะออกมาแถลงข่าวอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน ในเร็วๆ นี้ ขณะที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวรู้สึกใจหายหลังทราบข่าวว่า ปิดตำนานกว่า 20 ปี สวนเสือศรีราชาประกาศเลิกกิจการในวันนี้ เนื่องจากเจอวิกฤตโควิด-19 ไปต่อไม่ไหว

ที่มา ข่าวสด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯ รมว.ยุติธรรมแจง ส่งเพนกวินไป รพ.รามาฯ เพราะแจ้งว่าถ่ายเป็นเลือด ต้องตรวจเฉพาะทาง
บทความถัดไปอย.แจง ผลิตภัณฑ์ใช้กลั้วคอทำลายไวรัส ไม่เป็นความจริง เตือนอย่าแชร์ต่อ