‘พิพัฒน์’ จ่อเลื่อน ‘เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย’ หนีโควิดระลอก 3 เล็งขอขยายเวลาใช้ถึงสิ้นปี 64
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประเมินผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งผ่านไปแล้ว 1 เดือน แต่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เห็นตรงกันว่า ควรชะลอโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่ เราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย ออกไปก่อน หลังจากกำหนดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยภายในสัปดาห์ถัดไปนี้ จะมีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรายละเอียดใหม่อีกครั้ง ทั้งวันเริ่มดำเนินการ และวันสิ้นสุดโครงการ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะขออนุมัติขยายเวลาดำเนินโครงการออกไปสิ้นสุดถึงสิ้นปี 2564 แทน จากเดิมที่กำหนดใช้ได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เพราะโครงการจำเป็นต้องเลื่อนไปก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม้จะออกทั้ง 2 โครงการมาตามกำหนดเดิม ก็เชื่อว่าบรรยากาศในตอนนี้ คงไม่มีใครอยากออกเดินทางแล้ว
“กำหนดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ในภูเก็ตโมเดล ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เบื้องต้นยังพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อนำร่องให้เห็นภาพชัดเจน และสามารถใช้เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการเรียนรู้ เพื่อปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ได้ โดยสถานการณ์การระบาดโควิดในขณะนี้ แม้จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากภูเก็ตโมเดล จะเป็นการเปิดรับต่างชาติให้มาเที่ยวอยู่ในเฉพาะบริเวณที่กำหนดไว้ และเป็นต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว รวมถึงคนในภูเก็ตก็ต้องได้รับวัคซีนไม่ต่ำกว่า 70% ของจำนวนคนทั้งหมดในพื้นที่ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนให้คนภูเก็ตแล้ว 2 แสนโดส เหลืออีก 7.5 แสนโดส ที่ได้ขอรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งคาดว่าภายในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ น่าจะได้รับวัคซีนเพิ่มครบตามจำนวน” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับกรณีคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังสหรัฐฯ เพราะต้องการฉีดวัคซีนต้านไวรัสนั้น อยากให้คนไทยตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ละเอียดและชัดเจนก่อน อาทิ การเดินทางไปสหรัฐฯ จะต้องกักตัวหรือไม่ ได้รับวัคซีนทันทีจริงหรือไม่ เมื่อถึงแล้วสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทันที หรือต้องรอตรวจสอบอย่างไรก่อน รวมถึงข้อสำคัญคือ เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย จะต้องถูกกักตัวอีก 14 วัน เพื่อตรวจสอบว่าปลอดเชื้อโควิดจริงหรือไม่ จึงอยากฝากให้ประชาชนที่สนใจกรณีดังกล่าง ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกล่วง ซึ่งจะเกิดผลเสียกับตัวของประชาชนเอง

