นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันว่า ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินโครงการต่างๆทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเชื่อมโยงเส้นทางกับประเทศเพื่อนบ้านไทย-กัมพูชา และมาเลเซีย การเร่งรัดก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) การปรับปรุงถนน การก่อสร้างท่าเรือสำราญ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการตามแผนงานมาอย่างต่อเนื่อง
นายสถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ กรรมการหอการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานของหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ กกร.เสนอ เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานแนวระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันตก-ตะวันออก(อีสท์-เวสท์ อีโคโนมิค คอร์ริดอร์)เส้นทางจาก อ.แม่สอด จ.ตาก-จ.เพชรบูรณ์-จ.กาฬสินธุ์-จ.มุกดาหาร ที่จะขยายให้เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรตลอดเส้นทาง จากปัจจุบันมีบางช่วงเป็น 2 ช่องจราจร ซึ่งปัจจุบันช่วง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ยังไม่ผ่านรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) จึงขอให้เร่งรัดดำเนินโครงการ เนื่องจากจะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงการค้า การลงทุนในภูมิภาค
นายสถาพร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ขอให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เร่งรัดพัฒนาระบบรางในโครงการต่างๆที่อยู่ในแผนปี 2560-2561 โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ซึ่งอยู่ระหว่างอีไอเอ ก็ต้องการให้เร่งรัดดำเนินการตามแผนงานที่วางไว้ รวมถึงการขยายสนามบินร้อยเอ็ด และสนามบินสกลนคร ขณะเดียวกันในส่วนของภาคใต้ ก็ต้องการให้พิจารณาก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่(ครุยส์)ที่จ.กระบี่ด้วย แทนที่จะพิจารณาก่อสร้างเฉพาะที่เกาะสมุยเท่านั้น เพราะถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเหมือนกัน

