“จุรินทร์”กล่อม ฮ่องกง เปิดทราเวล บับเบิล เชื่อมท่องเที่ยวหลังโควิด

6.05.21 | 17:49 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือผ่านระบบประชุมทางไกล กับนายเอ็ดเวิร์ด เหยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง ว่า นายเอ็ดเวิร์ด ยก 3 ประเด็นหารือ คือ 1. เชิญตนกล่าวปาฐกถาในงานการประชุมสุดยอด Belt and Road Summit ครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “Driving Growth Through Fostering regional and International Trade” ระหว่างวันที่ 13 – 14 กันยายน 2564 ณ เมืองฮ่องกง โดยเป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล ผู้นำภาคเอกชนจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมองหาโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน 2.ฮ่องกงแสดงความจำนงค์จะร่วมเป็นประเทศสมาชิก RCEP ที่มีสมาชิก 15 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยชี้แจงเงื่อนไขการรับสมาชิกใหม่ของ RCEP นั้นต้องให้ RCEP มีผลบังคับใช้ก่อน ขณะนี้ยังไม่บังคับใช้อยู่ในขั้นตอนของการให้สัตยาบันของแต่ละประเทศ แต่ตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าให้ RCEP มีผลบังคับใช้โดยเร่งให้สัตยาบันให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ และข้อตกลงระบุว่าการรับสมาชิกใหม่จะต้องหลังจากบังคับใช้แล้ว 18 เดือน ซึ่งได้ระบุไปว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับฮ่องกง อีกประเด็นนายเอ็ดเวิร์ด สนับสนุนการทำเอฟทีเอระหว่างฮ่องกงกับไทย ก็แจ้งไปว่าขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการศึกษา โดยกระทรวงพาณิชย์ มอบให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษา คาดว่าจะเสร็จสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้


นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่าส่วนประเด็นที่ไทย ยกหารือกับนายเอ็ดเวิร์ด คือ ประเด็นแรก ไทยยืนยันเป็นประเทศผลิตและส่งออกอาหารป้อนตลาดฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดเป็นที่มีการค้ากันมายาวนานและเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดี ยืนยันอาหารผลิตโดยไทย ครบทั้งคุณภาพ ความปลอดภัยสูงกระบวนการผลิตปลอดโควิด100% รวมถึงหารือถึงเรื่องไทยมีธุรกิจบริการและการผลิตอนิเมชั่นและภาพยนตร์ที่อยู่ในศักยภาพขั้นสูง และสามารถร่วมมือกับฮ่องกง ผลิตอนิเมชั่นและผลิตภาพยนตร์เพื่อจำหน่ายยังประเทศที่ 3 ต่อไป โดยเสนอทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันกรณีพิเศษ ซึ่งทางฮ่องกงแจ้งว่าให้การสนับสนุนนักลงทุนอนิเมชั่นและภาพยนตร์ ที่สามารถร่วมมือกับไทย ในอนาคตถ้ามีโอกาสเดินมาในประเทศไทย จะดูเรื่องพัฒนาการธุรกิจอนิเมชั่นและดิจิตอลคอนเทนท์ของไทย

นอกจากนี้ หารือด้านท่องเที่ยว โดยไทยยืนยันพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง และยินดีต้อนรับผู้สูงอายุจะมาใช้ธุรกิจ Wellness หรือธุรกิจบริการด้านสุขภาพในประเทศไทย หลังสถานการณ์โควิดหมดลง และเสนอให้ไทยกับฮ่องกง ร่วมมือกันทำการท่องเที่ยวในรูปแบบ Travel Bubble เช่นเดียวกับที่ฮ่องกงกำลังเจรจากับสิงคโปร์ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ทั้งนี้ ฮ่องกงเป็นคู่ค้าลำดับที่ 8 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 413,000 ล้านบาท โดยฮ่องกงนำเข้าสินค้าจากไทย อาทิ เนื้อสุกรแช่แข็ง ที่ปีก่อนโต 345% มะม่วงสดโต 400% สบู่และเครื่องสำอางโต 216% เป็นต้น

Advertisement