หน้าแรก เศรษฐกิจ พนักงาน ขสมก....

พนักงาน ขสมก.ติดเชื้อเพิ่มอีก 4 ราย พร้อมแจงไทม์ไลน์ละเอียดยิบ

7.05.21 | 17:45 น.

รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)แจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ขสมก.ได้ออกประกาศคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำนวน 4 ฉบับ เพื่อแจ้งกรณีพนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 คน โดยเนื้อหาระบุว่า


ประกาศ คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ตลอดระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)  ที่ผ่านมาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม  ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวซึ่งเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการป้องกันของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

แต่ทั้งนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขออภัยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 พนักงานเก็บค่าโดยสารรถปรับอากาศ สาย 141 เพศหญิง อายุ 59 ปี ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID – 19)  ณ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้พนักงานเดินทางมาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ ได้ส่งพนักงานไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสนาม ท่าฉลอม

Advertisement

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 5 จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ดังต่อไปนี้

1. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) (ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ)
โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข

2.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้ง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2564 อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้

วันที่ 29 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 141 หมายเลข 5 – 90043 ตั้งแต่เวลา 07.30 – 13.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 30 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 141 หมายเลข 5 – 70113 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 13.50 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 วันแรงงาน พนักงานพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 วันหยุดประจำสัปดาห์ พนักงานพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 พนักงานหยุดชดเชย จากการทำงานในวันหยุด

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 วันหยุดนักขัตฤกษ์ พนักงานพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 141 หมายเลข 5 – 90008 ตั้งแต่เวลา 04.10 – 09.00 น. ต่อมาเวลา 10.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) และเดินทางกลับบ้านในเวลา 15.00 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้พนักงานเดินทางมาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เวลา 13.00 น. พนักงานได้เดินทาง มาถึงโรงพยาบาลสมุทรสาคร  ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ฯ ได้ส่งพนักงานไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ท่าฉลอม

3.เมื่อพนักงานขับรถโดยสารนำรถกลับเข้าอู่ในแต่ละรอบ จะมีการฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % จึงมั่นใจได้ว่ารถโดยสารขององค์การมีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) นอกจากนี้ องค์การได้พักการใช้งานรถโดยสารปรับอากาศ สาย 141 จำนวน 3 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ รถโดยสาร หมายเลข 5 – 70113, 5 – 90008 และ 5 – 90043 เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อทำการฉีดพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึง อู่จอดรถและท่าปล่อยรถโดยสาร

4.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการตรวจสอบ พบว่าพนักงานขับรถโดยสาร จำนวน 3 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารคันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานขับรถโดยสารดังกล่าวหยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

รายที่ 2 ขสมก.ระบุว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.00 น. พนักงานเก็บค่าโดยสารรถธรรมดา สาย 47 เพศหญิง อายุ 54 ปี (ปฏิบัติหน้าที่เก็บค่าโดยสารช่วงกะบ่าย) ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ณ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว. องครักษ์ ต่อมาเวลา 22.00 น. แพทย์ได้แจ้งให้ทราบว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว. องครักษ์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 4 จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ดังต่อไปนี้

1.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) (ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ) โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข

2.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้ง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 25 – 30 เมษายน 2564 อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้

วันที่ 25 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 40488 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 23.15 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 26 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 40018 ตั้งแต่เวลา 13.15 – 21.15 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 27 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 80242 ตั้งแต่เวลา 15.40 – 23.40 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 28 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 80385 ตั้งแต่เวลา 16.30 – 00.35 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 29 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 40015 ตั้งแต่เวลา 14.45 – 23.15 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 30 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 47 หมายเลข 4 – 80242 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 21.00 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 วันหยุดประจำสัปดาห์ เวลา 13.00 น. พนักงานเดินทางไปซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาลำลูกกา  และเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 14.00 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 พนักงานหยุดชดเชยวันแรงงาน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 พนักงานหยุดชดเชย จากการทำงานในวันหยุด โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) แต่ไม่ได้ตรวจ เนื่องจากคิวเต็ม และเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 10.30 น.

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 พนักงานลาหยุด เวลา 09.00 น. พนักงานและสามีของพนักงานได้เดินทางไปที่ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว. องครักษ์ เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หลังการตรวจเสร็จสิ้น แพทย์ได้ให้พนักงานนอนพักอยู่ที่ศูนย์ฯเพื่อรอดูอาการ เนื่องจากพนักงานมีอาการเหนื่อย หอบ เป็นไข้และปวดเมื่อยตามร่างกายส่วนสามีของพนักงาน แพทย์ให้เดินทางกลับบ้านได้ ต่อมาเวลา 22.00 น. แพทย์ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ศูนย์ฯ

3.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกะบ่าย ซึ่งเป็นกะสุดท้ายของแต่ละวัน จึงไม่มีพนักงานขับรถคนใดนำรถไปขับต่อ อีกทั้ง เมื่อพนักงานขับรถโดยสารนำรถกลับเข้าอู่ในแต่ละรอบ จะมีการฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % จึงมั่นใจได้ว่ารถโดยสารขององค์การมีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) นอกจากนี้ องค์การได้พักการใช้งานรถโดยสารธรรมดา สาย 47 จำนวน 5 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ คือ รถโดยสารหมายเลข 4 – 40488, 4 – 40018, 4 – 80242, 4 – 80385 และ 4 – 40015 เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อทำการฉีดพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึง อู่จอดรถ และท่าปล่อยรถโดยสาร

4.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการตรวจสอบ พบว่าพนักงานขับรถโดยสาร จำนวน 1 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารคันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานขับรถโดยสารดังกล่าวหยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

รายที่ 3 ขสมก.ระบุว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 พนักงานขับรถโดยสารธรรมดา สาย 7 เพศชาย อายุ 40 ปี (ปฏิบัติหน้าที่ขับรถโดยสารช่วงกะบ่าย) ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)  ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 48 ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้แจ้งให้ทราบว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้พนักงานอยู่ที่บ้าน เพื่อรอรถพยาบาลมารับไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 6 จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ดังต่อไปนี้

1.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) (ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ) โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้ง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2564 อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้

วันที่ 22 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50431 ตั้งแต่เวลา 13.20 – 21.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 23 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50431 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 23.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 24 เมษายน 2564 พนักงานหยุดชดเชย จากการทำงานในวันหยุด เวลา 11.00 น. พนักงานได้เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่บ้านเพื่อนของพนักงาน ตั้งอยู่ที่บริเวณวัดตะล่อม เขตตลิ่งชัน และเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 20.00 น. ขณะเดินทางกลับบ้าน พนักงานได้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

วันที่ 25 เมษายน 2564 พนักงานลาหยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

วันที่ 26 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50407 ตั้งแต่เวลา 13.10 – 22.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที (พนักงานมาทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์)

วันที่ 27 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50394 ตั้งแต่เวลา 13.10 – 16.00 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 28 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50178 ตั้งแต่เวลา 13.30 – 23.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 29 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50407 ตั้งแต่เวลา 14.30 – 22.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 30 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50245 ตั้งแต่เวลา 13.20 – 23.00 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50394 ตั้งแต่เวลา 12.30 – 21.40 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50396 ตั้งแต่เวลา 12.30 – 21.40 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 วันหยุดประจำสัปดาห์ พนักงานพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 48 เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หลังการตรวจเสร็จสิ้น ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50189 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 22.40 น. หลังเลิกงานได้กลับ
ที่พักอาศัยทันที

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารธรรมดา สาย 7 หมายเลข 6 – 50189 ตั้งแต่เวลา 12.30 – 18.20 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที โดยเมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 48 ได้แจ้งให้ทราบว่าพนักงานเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้พนักงานอยู่ที่บ้าน เพื่อรอรถพยาบาลมารับไปรักษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2564

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ นำรถพยาบาลมารับพนักงานไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน

3.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกะบ่าย ซึ่งเป็นกะสุดท้ายของแต่ละวัน จึงไม่มีพนักงานขับรถคนใดนำรถไปขับต่อ อีกทั้ง เมื่อพนักงานขับรถโดยสารนำรถกลับเข้าอู่ในแต่ละรอบ จะมีการฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% จึงมั่นใจได้ว่ารถโดยสารขององค์การมีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) นอกจากนี้ องค์การได้พักการใช้งานรถโดยสารธรรมดา สาย 7 จำนวน 7 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ รถโดยสารหมายเลข 6 – 50431, 6 – 50407, 6 – 50394, 6 – 50178, 6 – 50245, 6 – 50396 และ 6 – 50189 เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อทำการฉีดพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึงอู่จอดรถและท่าปล่อยรถโดยสาร

4.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการตรวจสอบ พบว่าพนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 4 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารคันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานเก็บค่าโดยสารดังกล่าวหยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

รายที่ 4 ขสมก.ระบุว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 พนักงานขับรถโดยสารปรับอากาศ สาย 4 เพศชาย อายุ 54 ปี (ปฏิบัติหน้าที่ขับรถโดยสารช่วงกะบ่าย) ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)  ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้แจ้งให้ทราบว่า พนักงานคนดังกล่าวเป็นผู้ติดเชื้อฯจึงให้พนักงานอยู่ที่บ้าน เพื่อรอรถพยาบาลมารับไปรักษา

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว จากผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 4 จึงได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ดังต่อไปนี้ 1. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการแจ้งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งรายละเอียดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) (ตามแนวทางปฏิบัติกรณีพบผู้ติดเชื้อฯ) โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข

2.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้ง มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งอุณหภูมิร่างกายของพนักงาน ตั้งแต่วันที่ 26 – 28 เมษายน 2564 อยู่ที่ 36.5 องศาเซลเซียส โดยไทม์ไลน์ของพนักงานสรุปได้ ดังนี้

วันที่ 26 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 4 หมายเลข 4 – 4068 ตั้งแต่เวลา 14.30 – 22.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 27 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 4 หมายเลข 4 – 4051 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 00.30 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 28 เมษายน 2564 ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารปรับอากาศ สาย 4 หมายเลข 4 – 4038 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.25 น. หลังเลิกงานได้กลับที่พักอาศัยทันที

วันที่ 29 เมษายน 2564 พนักงานหยุดชดเชย จากการทำงานในวันหยุด โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งพนักงานเริ่มมีอาการเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และไม่มีแรง

วันที่ 30 เมษายน 2564 พนักงานลาพักผ่อน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 วันหยุดประจำสัปดาห์ เวลา 13.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) แต่ไม่ได้รับการตรวจเนื่องจากคิวเต็ม และเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 14.00 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2564 พนักงานหยุดชดเชยวันแรงงาน เวลา 15.00 น. พนักงานได้เดินทางไปพบแพทย์ที่ คลิกนิคเวชกรรมมหาชนพระประแดง โดยแพทย์ได้ฉีดยาแก้ไข้หวัดใหญ่ให้กับพนักงานและเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 16.00 น.

วันที่ 3 – 4 พฤษภาคม 2564 พนักงานลาพักผ่อน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้าน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 พนักงานลาพักผ่อน เวลา 08.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี เพื่อเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)
และเดินทางกลับบ้าน ในเวลา 12.00 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 07.00 น. พนักงานได้เดินทางไปที่ โรงพยาบาลบางปะกอก เนื่องจากพนักงานมีอาการไข้ขึ้นสูง แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้พนักงานกลับบ้านเพื่อกักตัว โดยพนักงาน
ได้เดินทางกลับบ้าน ในเวลา 07.30 น. .

วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี ได้แจ้งให้พนักงานทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อฯ จึงให้อยู่ที่บ้านเพื่อรอรถพยาบาลมารับไปรักษา

3.พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกะบ่าย ซึ่งเป็นกะสุดท้ายของแต่ละวัน จึงไม่มีพนักงานขับรถคนใดนำรถไปขับต่อ อีกทั้ง เมื่อพนักงานขับรถโดยสารนำรถกลับเข้าอู่ในแต่ละรอบ จะมีการฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70 % จึงมั่นใจได้ว่ารถโดยสารขององค์การมีความสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) นอกจากนี้ องค์การได้พักการใช้งานรถโดยสารปรับอากาศ สาย 4 จำนวน 3 คัน ที่พนักงานผู้ติดเชื้อได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่
รถโดยสารปรับอากาศ หมายเลข 4 – 4068, 4 – 4051 และ 4 – 4038 เป็นระยะเวลา 3 วัน
เพื่อทำการฉีดพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในรถ รวมถึง อู่จอดรถและท่าปล่อยรถโดยสาร

4.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้มีการตรวจสอบ พบว่าพนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 1 คน ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารคันเดียวกับพนักงานผู้ติดเชื้อ จึงให้พนักงานเก็บค่าโดยสารดังกล่าวหยุดงานไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หากได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร การล้างทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ การฉีดพ่นทำความสะอาดภายในรถโดยสารด้วยแอลกอฮอล์ ทั้งก่อนและหลังนำรถออกวิ่งให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเดินทาง