‘เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย’ มีแววเลื่อนยาว หลังโควิดยังเอาไม่อยู่ ‘พิพัฒน์’ ไม่ฟันเริ่มได้ตอนไหน

‘เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย’ มีแววเลื่อนยาว หลังโควิดยังเอาไม่อยู่ ‘พิพัฒน์’ ไม่ฟันเริ่มได้ตอนไหน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 และยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้นั้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เห็นควรว่า ต้องชะลอโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกไปก่อน ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทย เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลต้องการเน้นให้คนอยู่บ้าน หรืออยู่กับที่ให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการรับเชื้อและการส่งต่อเชื้อโควิด ทำให้หากออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวมาในขณะนี้ จะสวนทางกับนโยบายของรัฐบาล บวกกับไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนดีเท่าที่ควรด้วย โดยเบื้องต้นยืนยันแล้วว่าจะชะลอการดำเนินทั้ง 2 โครงการออกไปก่อน ส่วนจะเริ่มวางไทม์ไลน์ในการเริ่มต้นโครงการใหม่ในเดือนใดนั้น ขณะนี้ขอดูความเหมาะสมอีกครั้ง รวมถึงประเมินสถานการณ์การระบาดโควิดร่วมด้วย ว่าจะสามารถคุมได้แน่นอนในช่วงใด เพราะหากประกาศกำหนดชัดเจนออกมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถคุมโควิดได้ ก็อาจทำให้ต้องกลับมาชะลอโครงการออกไปอีกครั้ง

“จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ หากควบคุมให้อยู่ในหลักร้อย และให้ระบาดในพื้นที่น้อยที่สุดได้ การกระตุ้นการท่องเที่ยวจะสามารถเริ่มต้นได้อีกครั้ง โดยเชื่อมั่นว่าการระบาดระลอก 4 ในประเทศจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะขณะนี้ประเทศไทยเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว ซึ่งหากฉีดได้จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น โอกาสในการระบาดจำนวนมากๆ ก็จะหมดลง” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการผลักดันให้เป้าหมายรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ หลังจากมีการปรับลดเป้าหมายรายได้ลงเหลือ 8.5 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท รวมถึงปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมาเที่ยวไทยเหลือ 4 ล้านคน จากเดิม 6.5 ล้านคนนั้น จะเน้นกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ติดชายแดนไทย หรือกลุ่มเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้สามารถเดินทางได้ในจำนวนที่ถี่มากขึ้น และมีการใช้จ่ายในระดับที่เหมาะสม รวมถึงกระตุ้นตลาดคนจีนอย่างต่อเนื่อง เพราะปี 2562 เพียง 3 เดือนสุดท้ายของปี มีจำนวนคนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยกว่า 3.2 ล้านคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายในการอนุญาตให้พลเมืองจีนออกนอกประเทศของรัฐบาลจีนด้วย นอกจากนี้ ยังต้องกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล กลุ่มประเทศแถบยุโรป เนื่องจากไตรมาสสุดท้ายของทุกปี จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปหนีหนาวเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือ การทำทำแซนด์บ๊อกซ์ผ่านภูเก็ตโมเดลจะต้องประสบความสำเร็จ เพราะเป็นการทดลองเปิดประเทศรับต่างขาติแบบนำร่อง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามแนวทางการเปิดประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยได้เสนอให้พิจารณาในเรื่องการจัดสรรวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 3.5 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับบุคลากรท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นด้านหน้าที่ต้องให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากประเทศไทยสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้แล้ว โดยขั้นตอนต่อไปต้องประสานกับสาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับรายละเอียดในการหาวัคซีนให้ได้ตามที่เสนอไป รวมถึงต้องสำรวจจังหวัดและพื้นที่ที่กำหนดให้นำร่องรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ว่ามีความต้องการวัคซีนจำนวนเท่าใด เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันขึ้น รวมถึงที่ประชุมได้อนุมัติให้เพิ่มพื้นที่นำร่องตามแผนเปิดประเทศในไตรมาส 4/2564 หรือช่วงเดือนตุลาคมนี้ อีก 4 พื้นที่ใหม่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบุรีรัมย์ จากเดิมมี 6 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี (สมุย-พะงัน-เกาะเต่า) ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ รวมเป็น 10 จังหวัดนำร่องหลัก เพื่อรอวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ซึ่งจะเน้นเฉพาะผู้ที่ฉีดได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้วเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะนำข้อเสนอที่ผ่านการเห็นชอบแล้วเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อพิจารณาต่อไป

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้จัดการแข่งขันวิ่งภูเขาและวิ่งเทรลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงการจัดแข่งขันโมโตจีพีในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ จึงเพิ่มบุรีรัมย์ เข้ามาเป็นพื้นที่นำร่องด้วย เพราะในปี 2562 ที่มีการจัดแข่งขันโมโตจีพี พบว่า มีผู้เข้าชมการแข่งขันรวมกว่า 2.6 แสนคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมมากถึง 22% หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 5.7 หมื่นคน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4.3 พันล้านบาท ส่วนปี 2564 คาดว่าตลอด 3 วันของการแข่งขันจะมีผู้เข้าชมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน และมีชาวต่างชาติที่ได้รับฉีดวัคซีนครบ 2 โดส และไม่ต้องกักตัว เข้าชมที่สัดส่วน 22% เท่าเดิม ส่วนรายได้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปี 2562 เนื่องจากการท่องเที่ยวขณะนี้เน้นวิถีนิวนอร์มอล ทำให้การใช้จ่ายและต้นทุนการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้น ประมาณ 5-10%

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2564
บทความถัดไปผู้ช่วยพยาบาลท้อง 7 เดือน นอนเสียชีวิตในห้องพัก แม่บ้านเผยมักบ่น เหนื่อยไม่มีเวลาพัก